วันที่ 28 ก.พ. 69 นางสาวรุ่งนภาฯ ร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอด ถูกแม่หมอชื่อดังหลอก โดยเรื่องเกิดจากตนเองได้คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 28 ปี ตั้งแต่ปี 2568 หลังคบได้ 2 ปี วันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมามีปัญหาทะเลาะกับแฟนหนุ่ม จึงแยกทางกัน
ประกอบกับเป็นช่วงเดียวกับที่ตัวเองมีมรสุมชีวิต ทั้งตกงาน และเลิกกับแฟนหนุ่ม ทะเลาะกับที่บ้านจึงอยากหาที่พึ่งทางใจ โดยตัวเองเป็นคนที่ชอบดูดวง ก่อนจะมาเจอกับ “แม่หมอแก้ว” ผ่านโซเชียลมีเดีย พอเข้าไปตรวจสอบโปรไฟล์ก็เห็นมีคนมาแสดงความคิดเห็นดูดวงแม่นจึงหลงเชื่อ
จากนั้นพบว่ามีบุคคลที่แสดงความคิดเห็นในช่องทางของหมอดูชื่อว่า “น้องตาล” เธอจึงได้มีการทักไปพูดคุยกับน้ำตาลว่า หมอดูคนนี้ดูแม่นจริงหรือไม่ ซึ่งน้องตาลยืนยันว่า หมอดูคนนี้ดูดวงแม่น เพราะได้ผลมาแล้วและรับแก้ของ
น้องตาลบอกว่าแฟนตัวเองกลับมาภายใน 7 วันหลังทำพิธีกับแม่หมอแก้ว ก่อนที่น้องตาลจะให้เบอร์โทรศัพท์แม่หมอมา เธอจึงตัดสินใจโทรไปทันที เพราะตอนนั้นต้องการให้แฟนกลับมาหาและเชื่อว่าที่ชีวิตแย่แบบนี้เป็นเพราะว่าดวงไม่ดี
พอโทรไปหาแม่หมอแก้วได้ขอวันเดือนปีเกิดของตนเอง หลังจากนั้นแม่หมอบอกให้ตนเองแอดไลน์
หลังจากแอดไลน์ได้มีการพูดคุยกัน โดยแม่หมอแก้วได้ส่งรูปขันน้ำมนต์ที่หยดเทียนสีขาว และสีดำลงไปในขันมาให้ พร้อมอ้างว่า แฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปถูกทำคุณไสยใส่ จะต้องทำพิธีกรรมตัดของ ชื่อพิธีกรรมว่า “เรียกจิตคนรัก” แม่หมอแก้วบอกว่า ถ้าหากทำพิธีนี้แฟนหนุ่มจะกลับมาภายใน 7 วัน
แต่การจะทำพิธีจะมีค่าใช้จ่าย คือค่าตัดของ 1,800 บาท ค่าเรียกจิตคนรัก 3,800 บาท โดยแม่หมอแก้วพยายามให้ผู้เสียหายต้องรีบโอนเงินทันที เพราะในวันที่พูดคุยกันเป็นวันที่ฤกษ์ดีที่สุดในการทำพิธี
แต่ตนเองได้บอกกับแม่หมอแก้วว่ามีเงินติดตัวเพียงแค่ 3,000 บาท ซึ่งแม่หมอแก้วบอกว่าไม่เป็นไรโอนมาแค่ 3,000 บาทก็ได้เดี๋ยวทำพิธีให้ เธอจึงตัดสินใจโอนเงินจำนวน 3,000 บาทไป เพราะต้องการทำพิธีให้เร็วที่สุด
ซึ่งหลังจากนั้นแม่หมอบอกว่าเดี๋ยวจะทำพิธีให้แต่ตนเองไม่เคยรู้ว่าทำพิธีอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยวิดีโอคอล หรือเจอหน้าหมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำพิธีผ่านแชตสนทนาเท่านั้น และแม่หมอไม่เคยส่งรูปหรือคลิปวิดีโอการทำพิธีมาให้ดู
หลังจากทำพิธีเสร็จ 1 วัน ผู้เสียหายได้ทักไปหาแม่หมอแก้ว แต่แม่หมอแก้วอ้างว่ายังต้องทำพิธีเพิ่ม และมีค่าคว่ำขันครูอีก 2,000 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 300 บาท ผู้เสียหายตัดสินใจรีบโอนเงินไปเพิ่ม เพราะเชื่อว่าชีวิตต้องดีขึ้น
แม่หมอยังอ้างอีกว่า หลังจากนี้แฟนจะติดต่อมาภายใน 1 วัน นอกจากนี้แม่หมอแก้วยังอ้างว่าเงินจำนวน 2,000 ที่เป็นค่าคว่ำขันครูจะโอนเงินคืนให้ภายหลัง แต่จนกระทั่งตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 วันก็ยังไม่โอนเงินคืน อ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกคุย
หลังจากนั้นครบ 7 วันแฟนหนุ่มก็ไม่กลับมาหา และยังไม่ปลดบล็อกเฟซบุ๊กและไลน์ จึงพยายามทักไปหาแม่หมอแก้วว่าพิธีไม่ได้ผล แต่แม่หมอแก้วเอาแต่อ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกพูดคุยตอบช้า
นางสาวรุ่งนภาฯ พยายามโทรศัพท์เพื่อขอเงินคืนหลายครั้งทำให้แม่หมอแก้วไม่พอใจ และด่าทอตนเอง ซึ่งตัวเธอเอาเงินที่เป็นเงินเก็บทั้งหมดไปใช้ทำพิธีหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือติดตัวต้องกินข้าวคลุกกับน้ำปลา ผู้เสียหายได้ส่งรูปตัวเองกินข้าวคลุกกับน้ำปลาไปให้แม่หมอแก้วดู แต่เขาไม่สนใจ และไม่โอนเงินคืน
นอกจากนี้ แม่หมอแก้วยังท้าทายให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ อ้างว่าตัวเองก็มีลูกศิษย์เป็นตำรวจเยอะ และตัวผู้เสียหายคาดว่าน้องตาลที่มีการแนะนำให้รู้จักกับแม่หมอแก้วอาจจะเป็นนกต่อให้กับแม่หมอแก้ว เพราะตั้งข้อสังเกตว่ามีเส้นเสียงที่คล้ายกัน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่
ซึ่งพอรู้ว่าตัวเองถูกหลอกจึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากไม่มีเงินเหลือติดตัวแล้ว ตอนติดต่อมาหานายเอกภพ ประธานเพจสายไหมต้องรอด ก็ไม่มีเงิน จนนายเอกภพต้องออกค่ารถให้จำนวน 2,000 บาทเพื่อเดินทางมาจากจังหวัดระยองในครั้งนี้
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังได้ฝากว่า อย่าไปหลงเชื่อเพจหมอดูหรือพวกที่ขายวัตถุนิยม อยากให้เรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่หลงเชื่อและยังงมงายให้ฟังหูไว้หู เพราะมันทำให้เสียใจและเสียความรู้สึกสูญเสียหลายอย่าง พร้อมฝากถึงแฟนหนุ่มว่า “ไม่ต้องกลับมาแล้ว เพราะรู้ว่ามีแฟนใหม่แล้ว หนังสือเล่มเดิม ยังไงก็จบเหมือนเดิม” ตอนนี้ไม่อยากได้แฟนกลับมาแต่อยากจะได้เงินคืนมามากกว่า
นายเอกภพระบุว่า หลังจากนี้จะประสานไปที่ สภ.เมืองระยอง ให้ผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความเพราะพฤติการณ์แบบนี้เข้าข่ายการฉ้อโกง และเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายที่กำลังเสียใจจึงอยากฝากเตือนประชาชนว่าในยุคนี้มีมิจฉาชีพในหลายรูปแบบจึงอยากให้ระวัง