ตามที่สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชา เผยแพร่ข่าวกล่าวอ้างว่า นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาและชาวอินเดียถูกปฏิเสธการเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานในประเทศไทย ถูกบังคับให้จองตั๋วกลับโดยด่วน และถูกเรียกเก็บค่าบริการ 1,000 บาท จนอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทย นั้น
ต่อกรณีดังกล่าว วันที่ 6 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม. 2 และโฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง
และมีลักษณะเป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้สั่งการและกำชับให้กระบวนการคัดกรองผู้เดินทางทางสนามบิน เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นมาตรฐานเช่นเดียวกับ ตม.ทั่วโลก
โดยปัจจุบัน ตม.สนามบิน จะเน้นคัดกรองและปฎิเสธคนต่างชาติ ที่พบว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นภัยคุกคาม หรือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของไทย เช่นเดียวกับ ตม.หลายประเทศ เช่น
- ไม่มีปัจจัยยังชีพที่เพียงพอสำหรับการพำนักในประเทศไทย
- ไม่มีหลักฐานที่พักหรือแผนการท่องเที่ยวที่ชัดเจน
- มีพฤติการณ์เข้ามาเพื่อทำงานโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว
- หรือมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคม ฯลฯ
ไม่มีการบังคับให้จองตั๋วกลับทันที และไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการ 1,000 บาท ตามที่สื่อกัมพูชากล่าวอ้าง
นอกจากนั้น ขั้นตอนการส่งกลับคนต่างชาติที่ถูกปฎิเสธ จะดำเนินการส่งมอบตัวให้สายการบินที่คนต่างชาติเดินทางมา และสายการบินจะนำคนต่างชาตินั้นไปพักคอยในห้อง Detention Room ของสายการบิน
และสายการบินจะนำคนต่างชาตินั้น โดยสารกลับประเทศต้นทางตามเที่ยวบินที่กำหนด โดยขั้นตอนดังกล่าว เป็นหน้าที่ของสายการบิน ไม่เกี่ยวข้องกับ ตม.สนามบินแต่อย่างใด
ที่ผ่านมา แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง ตม.สนามบิน ได้จัดกำลังพลรองรับการตรวจคัดกรองชาวต่างชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมการบริหารจัดการต่าง ๆ ให้เกิดผลด้านการอำนวยความสะดวกภายใต้หลักความมั่นคงอย่างเต็มที่