จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานรีไซเคิลรับซื้อโฟมและตู้เย็นมือสอง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านเลียบ ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงกว่า 10 คัน ได้เร่งเข้าระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน
ความคืบหน้าล่าสุด เวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงจากหลายพื้นที่เพิ่มเป็นเกือบ 30 คัน
เพื่อฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภายในโรงงานมีวัสดุจำพวกโฟมจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้โฟมดับเพลิงเข้าช่วยควบคู่กับการฉีดน้ำ
ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมัน ปตท. และโรงแรมที่พัก ทำให้เจ้าของปั๊มน้ำมันต้องสั่งปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่โรงแรมใกล้เคียงได้เร่งอพยพลูกค้าออกจากที่พักเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องปิดการจราจรฝั่งขาเข้าพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี โดยให้รถวิ่งสวนทางในช่องทางด้านขวา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ คาดว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อาจต้องใช้เวลาควบคุมเพลิงตลอดทั้งคืน
ด้านคนงานชาวลาวที่ทำงานภายในโรงงาน เล่าว่า ขณะกำลังทำงานอยู่ก็เห็นเปลวไฟลุกขึ้นมาโดยไม่ทราบต้นเพลิง ทำให้คนงานต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอด เนื่องจากมีควันไฟจำนวนมากจนมองไม่เห็นอะไร โดยในโรงงานมีแรงงานชาวลาวทำงานอยู่ประมาณ 5-6 คน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ และคนงานบางส่วนยังไม่มีที่พักในคืนนี้
ขณะที่ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้อาคารโรงงานรับซื้อขยะรีไซเคิลประเภทตู้เย็นเก่าและคัดแยกเม็ดพลาสติก เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.โดยขณะนี้เพลิงได้ลุกลามไปทั่วพื้นที่ของโรงงานแล้ว
เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงภาคเอกชนที่นำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้ามาสนับสนุนการดับเพลิงอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในบริเวณโรงงานยังน่าเป็นห่วง และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการควบคุมเพลิง ขณะเดียวกัน หน่วยงานจังหวัดได้หารือร่วมกันเพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังพื้นที่ด้านนอก
ในส่วนของผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับตลอดทั้งคืน เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด