สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงวิกฤติหนักต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 ที่ค่ามลพิษในจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้มและสีแดง
โดยตัวเมืองเชียงใหม่เช้านี้ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟจากไฟป่าสีขาวโพลน เมื่อมองจากมุมสูงจากจุดชมวิวของดอยสุเทพลงมายังตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่าเมืองเชียงใหม่เหมือนจมอยู่ภายใต้หมอกควันหนาทึบ มองเห็นเพียงราง ๆ เป็นภาพของตึกรามบ้านช่อง รวมทั้งสนามบินเชียงใหม่
แต่ไม่สามารถมองเห็นไปไกลข้ามฝั่งแม่น้ำปิงไปทางทิศตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ได้ เนื่องจากถูกบดบังด้วยหมอกควัน ทำให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก
โดยช่วงเช้าวันที่ 28 มีนาคม 2569 ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ไฟป่าจากจุดความร้อน หรือจุดฮอตสปอต จากดาวเทียม GISTDA พบว่าเชียงใหม่มีจุดความร้อน 136 จุด โดยอำเภอแม่แตง สะเมิง และเชียงดาว วิกฤติหนักที่สุด มีไฟป่าเกิดขึ้นอำเภอละ 18 จุด
รองลงมาเป็นอำเภอพร้าว 15 จุด อำเภอดอยสะเก็ด 11 จุด อำเภอฮอด 11 จุด อำเภอแม่วาง 10 จุด และอำเภอดอยหล่อ อมก๋อย ไชยปราการ ดอยเต่า แม่แจ่ม สันทราย สันกำแพง เวียงแหง แม่ออน และจอมทอง มีจุดความร้อนตั้งแต่ 1-8 จุด จุความร้อน สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 27 มี.ค. 2569 ทั้งหมดจำนวน 2,090 จุด โดยเช้านี้ได้มีการแจ้งไปยังศูนย์อำนวยการในแต่ละอำเภอ ให้เข้าดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
ขณะที่เว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดลำดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดของโลก เช้าวันนี้เมื่อเวลา 07.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ยังคงอยู่อันดับที่ 4 ของโลก ด้านมลพิษทางอากาศ โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 178 US AQI ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 94.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอันดับที่ 1 คือกรุงเดลี ประเทศอินเดีย มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 221 US AQI
ส่วนข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 08.00 น. จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 6 จุดของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้มและสีแดง โดยในอำเภอเมือง สูงสุดที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 168 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 62.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ค่าสูงสุดของเช้าวันนี้ อยู่ในระดับสีแดง ที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 293 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงถึง 167.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
โดยเมื่อ 27 มีนาคม สถานการณ์ไฟป่าที่วิกฤติหนักสุดที่อำเภอแม่ออน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกริชสยาม คงสครี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยมะนาวเพื่อติดตามการดับไฟป่าบริเวณม่อนสินคู้ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง หลังเพลิงลุกลามข้ามสันเขาจากพื้นที่บ้านห้วยหยก ต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 5
และวันนี้สถานการณ์ทวีความรุนแรงเนื่องจากมีการลอบจุดไฟเพิ่มบริเวณร่องภูเขา ส่งผลให้ไฟลามขึ้นสู่สันเขาที่สูงที่สุดอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพื้นที่เกิดเหตุมีความสูงชันมาก หากเดินเท้าต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง
ทำให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ จึงประสานขอใช้เฮลิคอปเตอร์ เคเอ 32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการโปรยน้ำดับไฟ และประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาสมทบอีก 1 ลำ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปยังภูเขาลูกอื่น
ส่วนวิกฤตหมอกควันและไฟป่าที่อำเภอโซนใต้ของเชียงใหม่ ที่รุนแรง จนเมื่อช่วงค่ำวานนี้มีภาพของเมืองที่กลายเป็นสีส้มทองเพราะหมอกควันที่ปกคลุมหนาทึบทำให้แสงแดดที่ตกกระทบลงมาผ่านชั้นหมอกควันไฟที่หนาจนทำให้กลายเป็นแสงสีส้มทองนั้น ล่าสุดยังคงวิกฤติต่อเนื่อง ค่ามลพิษในพื้นที่ยังคงสูง อย่างที่ ต.หางดง อ.ฮอด ค่าฝุ่นยังอยู่ที่ 68.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 84.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตามทางจังหวัดคาดการณ์ว่าวิกฤติมลพิษทางอากาศยังคงจะยาวนานต่อเนื่องไปอีกในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะยังไม่มีแนวโน้มว่า สถานการณ์ไฟป่าจะลดความรุนแรงลง
อีกทั้งสภาพของดินฟ้าอากาศที่ยังไม่เอื้ออำนวย เพราะยังไม่มีลมที่จะช่วยพัดพาขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ หรือฝนฟ้าคะนองที่จะมาช่วยชะล้างฝุ่นควันลงมาประชาชนในพื้นที่ต้องดูแลเรื่องของสุขภาพของตนเอง และในครอบครัว กลุ่มเสี่ยงเด็กเล็ก คนชรา และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหลีกเลี่ยงการออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือนอกอาคารเป็นเวลานาน สวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่ช่วยกรองฝุ่นPM2.5 ได้ ติดตั้ง และเปิดเครื่องกรองอากาศเพื่อช่วยฟอกอากาศให้ปลอดภัย