นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ "บิ๊กโจ๊ก" กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี "บิ๊กโจ๊ก" ว่า ทางทีมทนายจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันพรุ่งนี้ 21 เมษายน 2569 ในเวลา 10.00 น. ที่ โรงแรมฮิลตัน กรุงเทพฯ แกรนด์ อโศก
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องความคืบหน้าข้อเท็จจริงในคดีสินบนทองคำหนัก 246 บาท เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมายังมีความสับสน
จึงต้องอธิบายแนวทางให้ชัดเจน ตรงไหนที่ยังไม่ถูกต้อง เป็นปัญหา เกรงว่าสังคมจะสังสนก็ต้องแถลงข่าวในมุมของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ด้วย
เมื่อถามว่าแถลงข่าวของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีประเด็นใดบ้างที่มองว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นายสัญญาภัชระ ระบุว่า "ถ้าพูดจริง ๆ ก็เกือบหมด" ส่วนในทางกฎหมาย การที่ตำรวจนำคลิปเสียงมาเปิดเผยเหมาะสมหรือไม่ พรุ่งนี้ตนจะชี้แจง
สำหรับประเด็นที่จะแถลงข่าว คือ 1) คลิปเสียงที่ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำมาเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในคดีสินบนทองคำ 246 บาท 2) ขอบเขตอำนาจของผู้มีอำนาจดำเนินการในคดีต่าง ๆ 3) อีกหลายประเด็นที่มีการแถลงข่าว
ตอนนี้ตนขอดูรายละเอียดทางเอกสารอีกนิด จะได้ชี้แจงพร้อมกัน เพราะมีหลายประเด็นไม่สามารถอธิบายสั้น ๆ ได้ เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกัน จึงต้องทำความเข้าใจไม่ให้เกิดความสับสนของสังคม ไม่ใช่แถลงกันไปกันมา ทำให้เกิดความสับสน เพราะสุดท้ายการพิจารณาต้องอยู่ในส่วนของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่มาจากกาาพิจารณาของคู่กรณี
ยืนยันว่าถามได้ทุกเรื่อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีคำตอบแน่นอน รับประกันได้ว่ามีคำตอบชัดเจนในทุกประเด็น ไม่ให้เกิดความสับสน เพราะไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่ทุกคนได้เห็น ซึ่งการตอบประเด็นต่าง ๆ ถือเป็นไม้เด็ดที่จะชี้แจงให้เคลียร์ แต่จะทำให้สังคมเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ แต่มั่นใจว่าสังคมน่าจะเข้าใจกระบวนการมากขึ้น
ส่วนผู้แถลงข่าวยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นตนกับทีมทนายความ หรือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเป็นผู้แถลงข่าวเอง หากตนเป็นคนแถลงข่าวก็จะได้อธิบายและทำหน้าที่ของทนายความตามข้อกฎหมายที่พบเห็นในทางปฏิบัติ หรือถ้าเป็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้แถลงข่าว ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าท่านจะไปด้วยหรือไม่
แต่ถ้าท่านแถลงข่าวเอง เชื่อว่าจะตอบคำถามได้กระจ่างเช่นกัน ขอหารือกันก่อน เพราะตามแนวทางที่คุยกันไว้ ท่านได้ออกรายการต่าง ๆ ชี้แจงในข้อเท็จจริงค่อนข้างมากแล้ว ตอนนี้เป็นขั้นตอนทางกฎหมายจึงอยากให้ทีมทนายชี้แจง
ส่วนกรณี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือ รองหนึ่ง อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปยื่นคำร้องต่อสภาทนายความ เพื่อเอาผิดมรรยาททนายความชื่อดังท่านหนึ่ง มองว่าเป็นตัวเองหรือไม่ นายสัญญาภัชระ ระบุว่า ตนไม่ทราบ อาจจะเป็นตนก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ไม่กังวล เพราะมองว่าทำทุกอย่างถูกต้อง
อีกทั้งยังเคยเป็นผู้บริหารสภาทนายความ จึงพยายามทำตามกฎกติกาทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของมรรยาททนายความ ที่พยายามไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องที่อยู่ในสำนวนตั้งแต่แรก
สำหรับกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มอบหมาย ให้ตนมายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา จากการแจ้งความกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย มีผลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสังคมมองไปในแง่ที่ไม่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 และ ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 20 เมษายนนี้
ผลปรากฎว่า ฝั่งจำเลยขอเลื่อนคดี แต่ศาลได้พิจารณาแนวทางปฎิบัติ เนื่องจากคดีมีความเกี่ยวพันกับคดีหลัก ในวันที่ 24 เมษายนนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกที่ถูกอดีตลูกน้องแจ้งความไว้ ศาลจึงจำหน่ายคดีชั่วคราวไว้ก่อน แต่ต้องรายงานความคืบหน้าทุก 6 เดือน