วันที่ 14 พ.ค. 2569 ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มแสดงความกังวล หลังมีเสียงปืนเล็กดังจากฝั่งกัมพูชา 11 นัด บริเวณโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ตรงข้ามกับด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ คาดทหารกัมพูชายิงยั่วยุเพื่อเช็คแนวการวางกำลังของไทย ทำให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกรงจะมีการสู้รบกันเป็นรอบที่สาม
จากสถานการณ์ดังกล่าวชาวบ้านตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด ต่างก็สำรวจความแข็งแรงของบังเกอร์หรือหลุมหลบภัย ที่หลายครอบครัวลงทุนควักเงินในกระเป๋า ซื้อท่อปูนและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทำเอาไว้รอบบริเวณบ้าน ตั้งแต่ช่วงที่มีการสู้รบกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา บางคนก็นำยางรถยนต์มาวางรอบเพื่อเสริมความแข็งแรงของบังเกอร์ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว หากมีการสู้รบกันอีกเป็นรอบที่สาม แม้จะไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ตาม เพราะการสู้รบสองรอบที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับประชาชนตามแนวชายแดนเป็นอย่างมาก ทั้งต้องทิ้งบ้านเรือน ไม่ได้ทำมาหากิน ขาดรายได้ แต่หากมีรอบสามเกิดขึ้นจริง ก็อยากให้ทางทหารจัดการให้เด็ดขาด และสร้างกำแพงกั้นแนวเขตให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาขัดแย้งหรือมีการสู้รบกับอีก
ด้านนางทองสุข ชาวบ้านอำเภอบ้านกรวด บอกว่า ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีการสู้รบกันเป็นรอบที่สาม เพราะทางฝั่งกัมพูชาจะสร้างสถานการณ์ยั่วยุไทยเป็นระยะ เท่าที่ติดตามข่าวเหมือนกัมพูชามีการเสริมกำลัง และอาวุธหนัก เหมือนอยากจะรบอยากจะลองอาวุธหนักที่ซื้อมาหรือไม่ บางกระแสก็บอกว่าอาจจะมีการปะทะหลังสงกรานต์ ก็ทำให้รู้สึกกังวล เพราะหากมีการสู้รบกันก็ได้รับผลกระทบแน่นอน ทั้งการใช้ชีวิตการทำมาหากิน หลายครอบครัวจึงทำบังเกอร์ไว้ใกล้บ้าน หากรบกันจริงก็จะเข้าไปหลบเพื่อความปลอดภัยจะยังไม่อพยพออกจากพื้นที่ เพราะการอพยพไปแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำต้องขาดรายได้
แต่หากรุนแรงและทางการประกาศให้ออกถึงจะออก เพื่อให้ทหารทำงานอย่างเต็มที่ คนชายแดนส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากให้มีการสู้รบเพราะเดือดร้อน แต่หากจำเป็นต้องรบจริงๆ ก็อยากให้เอาให้เด็ดขาดไปเลย ที่สำคัญอยากให้สร้างกำแพงกั้นแนวเขตให้ชัดเจน ป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ให้เขมรรุกล้ำอธิปไตยไทยอีก