ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฎว่า รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ใช้เวทีนี้ในการพูดถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอีก โดยย้ำประโยคเดิมๆที่เคยพูดในหลายเวทีนานาชาติว่า เขตแดนและอธิปไตยต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง
ขณะที่ “สีหศักดิ์” รมว.ต่างประเทศของไทย ก็ใช้เวทีนี้ตอบโต้กัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงและไม่มีนโยบายอ้างสิทธิ์ทับซ้อนดินแดนเพื่อนบ้าน
โดยนายปรัก สุคน รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า “ด้วยความตั้งใจนี้ กัมพูชาขอขอบคุณแรงสนับสนุนจากประชาคมโลกในเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกัมพูชาและไทย ตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ ตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ พรมแดนและอธิปไตยต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังหรือเรื่องที่ยุติไปแล้ว ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้ เรายังคงกังวลกับสถานการณ์ในพื้นที่ที่ถูกยึดครองไว้ในดินแดนกัมพูชา”
โดยย้ำว่าตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ ตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ พรมแดนและอธิปไตยต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังหรือเรื่องที่ยุติไปแล้ว ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้ และบอกว่า กัมพูชายังคงกังวลกับสถานการณ์ในพื้นที่ที่ถูกยึดครองไว้ในดินแดนกัมพูชา
ทั้งนี้ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ในหัวข้อการธำรงรักษาวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และการส่งเสริมระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง ภายใต้ระเบียบวาระเรื่องการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เมื่อ 26 พ.ค. 2569 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเป็นประธานการอภิปราย ในวาระที่สาธารณรัฐประชาชนจีนดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ประจำเดือน พ.ค.นี้
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายฯและ รมว.ต่างประเทศ ที่ร่วมการอภิปรายก็ให้ตอบโต้นายปรัก สุคน โดยระบุว่า"เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีการพาดพิงถึงก่อนหน้านี้โดยเพื่อนชาวกัมพูชา กระผมขอให้ความมั่นใจแก่ท่านว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา และพร้อมที่จะก้าวไปไกลกว่าการหยุดยิงเพื่อมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน แต่ว่า สันติภาพที่ยั่งยืน เรียกร้องให้เราต้องสร้างความไว้วางใจและทำงานร่วมกันด้วยความสุจริตใจ เพื่อที่เราจะสามารถเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ร่วมกัน บนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ และกระผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น"
ภายหลังสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงเรื่องนี้ระบุว่า จริงๆไม่อยากนำประเด็นเรื่องไทยกัมพูชามาพูด เพราะว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเวทีที่เราจะคุยเป็นเรื่องหลัก แต่ทางกัมพูชานำเสนอเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เรื่องดินแดน หรือการหยุดยิง
จึงได้ย้ำว่า ถ้าจะเดินหน้าในความสัมพันธ์ต้องหยุดยิงทั้งในพื้นที่ และการหยุดยิงด้วยวาจา หรือถ้อยแถลงระหว่างประเทศ ตนจึงต้องใช้โอกาสนี้ชี้แจงด้วยว่าไทยต้องการการหยุดยิง และไปไกลกว่า คือสันติภาพที่ยั่งยืน ในขณะที่กัมพูชายังพยายามแสวงความได้เปรียบฝ่ายเดียว หรือเบี่ยงเบนประเด็นของปัญหา ซึ่งเรื่องสันติภาพถ้าขาดความจริงใจพูดอย่าง ทำอย่างก็ไปต่อไม่ได้
นายสีหศักดิ์ ยังได้พบหารือทวิภาคีกับนายปรัก ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรก ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้หารือกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 ที่ฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพ และเดินหน้าความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ แต่ยังไม่ได้มีข้อยุติ