พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีที่ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วงอ้างไทย ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ด้วยการก่อสร้างพระพุทธรูปอย่างน้อย 36 องค์ หลายพื้นที่ในจังหวัดพระวิหาร และ อุดรมีชัย ติดตั้งเสาธง 2 ต้น ในจังหวัดพระวิหารหลังการหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนจากองทัพบก แต่ขอยืนยันว่า การดำเนินการใดๆในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement ) ที่ลงนามกับกัมพูชาทุกประการ
และไทยไม่เคยละเมิด หรือทำผิดข้อตกลง ทั้งการวางกำลังทหาร ,วางแนวลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ ก็เป็นไปตามข้อตกลงหลังหยุดยิงคืออยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการเจรจาเขตแดน
พร้อมย้ำว่า การประท้วงของกัมพูชาเป็นการสร้างภาพ และมีนัยยะทางการเมือง เพื่อหวังสร้างกระแสกดดันให้ไทยเปิดการเจรจาในระดับต่างๆ เร็วขึ้น
หลังจากไทยได้จัดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลเรียบร้อย มาระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งทางกัมพูชาเอง ก็น่าจะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการสร้างกระแสรักชาติ ซึ่งเป็นวิธีการรูปแบบเดิมเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในประเทศ กัมพูขาก็มักจะสร้างกระแสรักชาติขึ้นมา กลบ
แต่ขอยืนยันว่า นโยบายของฝ่ายไทยยังไม่พร้อมเจรจา ซึ่งรมว.การต่างประเทศ ได้พูดชัดเจนว่า หากกัมพูชายังมีการยั่วยุ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีการเจรจา เนื่องจากบรรยากาศไม่เอื้ออำนวย
โฆษกกลาโหม ยืนยันว่า การสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่ชายแดนไทยอยู่ในเขตอธิปไตยไทยอย่างแน่นอน ซึ่งมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่มีทางที่ไทยจะไปรุกล้ำ หรือสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่กัมพูชา รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญกำลังใจ เช่น การสร้างพระนาคปรกในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของกัมพูชาในหลายกรณีช่วงนี้ เพราะหน่วยงานในส่วนต่างๆของกัมพูชา พยายามแสดงบทบาทของตนเองให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็น สะท้อนว่าเป็นช่วงที่กัมพูชา พยายามสร้างกระแสทางการเมือง