ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากกองทัพอากาศของไทย โดยมีการปรับการวางกำลังส่ง Gripen ประจำสนามบินอู่ตะเภา เพื่อรับภัยคุกคามด้านตะวันออก
ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "GOOD TONE..........FOX II ...HIT!!!"
ตามมาด้วยข้อความว่า "บางครั้ง...ความมั่นใจของประชาชน ไม่ได้เกิดจากคำพูด แต่เกิดจากภาพของความพร้อมที่มองเห็นได้จริง
กองทัพอากาศตรวจสอบความพร้อมการปรับวางกำลังทางอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา เพื่อรองรับภัยคุกคามด้านตะวันออก พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควบคู่กับการฝึกใช้อาวุธจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9 เพื่อให้กำลังทางอากาศไทยมีความพร้อมสูงสุดสำหรับทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เมื่อหน้าที่คือการพิทักษ์น่านฟ้าของประเทศ ความพร้อมจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือพันธกิจที่ต้องพร้อมปฏิบัติในทุกเวลา "
ซึ่งคำว่า "GOOD TONE..........FOX II ...HIT!!!" ที่ทางเพจ ทอ.โพสต์ ปกตินักบินมักจะพูดกันเพื่อแสดงถึงความสำเร็จในการฝึกซ้อมรบทางอากาศหรือการจำลองใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง อารมณ์ประมาณ"ล็อกเป้าหมายได้เน้นๆ ปล่อยอาวุธนำวิถีด้วยความร้อนออกไปแล้ว... และชนเป้าหมายอย่างจัง"
ขณะที่ช่วงนี้มีงานแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความมั่นคงระดับโลก Eurosatory ที่ปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร ที่ไปร่วมงานนี้ด้วย ก็ได้รายงานว่า พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว. กลาโหม ได้เข้าร่วมงงานดังกล่าว ตามคำเชิญของ รมว.กลาโหมฝรั่งเศส ประกอบกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง และติดตามศักยภาพของผู้ผลิตไทยที่เข้าร่วมจัดแสดง ร่วมกับอีกกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
ซึ่งพลโท อดุลย์ ระบุว่า ในโลกสงครามปัจจุบัน เราพึ่งพาใครไม่ได้นอกจากพึ่งพาตนเอง โดยสงครามยุคใหม่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และระบบไร้คนขับ เช่น โดรน เพื่อลดการใช้กำลังพลในแนวหน้าและเซฟชีวิตทหาร รวมถึงประชาชนให้มีความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนายุทโธปกรณ์ของประเทศในอนาคต
ขณะที่ในงานนี้ หนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ผู้ประกอบการไทยนำไปแสดง คือ FlexRadar ซึ่งเป็นเรดาห์ความเร็วสูง ที่ผู้ประกอบการระบุว่า สามารถตรวจจับโดรนและวิถีกระสุน รวมถึงทำให้ทราบถึงตำแหน่งอาวุธที่ยิงมาได้ อย่างจรวด BM21 ซึ่งทางผู้ประกอบการเตรียมทดสอบร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ DTI ในเดือนหน้า
อีกยุทโธปกรณ์ที่น่าสนใจ คือ “เป้าลวง” พรางตาข้าศึก ที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ โดยให้ข้อมูลว่า เป็นเป้าลวงให้ข้าศึกโจมตี ทำให้เผยที่ตั้งข้าศึก และทำให้ข้าศึกเปลืองกระสุน ซึ่งปัจจุบันถูกทำให้เหมือนจริงมากขึ้น โดยการเสริมโลหะเข้าไปให้ฝ่ายข้าศึกตรวจจับได้ อย่างคันนี้ ที่เป็นรถเป่าลมแต่เสริมโลหะเข้าไป และเคลื่อนไหวได้ แล่นได้ ยิ่งดูเหมือนจริง เป็นเป้าลวงอย่างดีจากการตรวจทางอากาศ เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์และกล้องส่องตรวจสอบการระยะไกล ซึ่งเป้าลวงแบบนี้ยังเป็นการพรางจำนวนของยุทโธปกรณ์ทำให้ข้าศึกเข้าใจผิดเพื่อให้ประเมินสถานการณ์กำลังรบและวางแผนผิดพลาดด้วย
ซึ่ง วาสนา นาน่วม ก็บอกว่า เห็นทหารกัมพูชามายืนส่อง เหมือนจะสนใจ หรือได้ไอเดียอะไร หรือไม่