กรณีนางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสายการบินไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมคาสนามบินที่เมืองเมลเบิร์น ในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดประเภทเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนไปในกระเป๋าสัมภาระ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขยายผลถึงผู้ส่งพัสดุ
จนท.สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วย ตร.ชุดสืบสวน ภ.จว.เลย ตร.ชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ตร.ชุดสืบสวน สภ.เอราวัณ และ ตร.ชุดสืบสวน ภาค 4 ระดมเจ้าหน้าที่ออกติดตามบุคคลที่ส่งพัสดุไปให้นางสาวมีนา
โดย ตร.ชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ได้ติดตามไปที่บ้านพักหลังหนึ่ง ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย หลังสืบทราบว่า นายอาทิตย์ อายุ 43 ปี และนางทัดสะพอน อายุ 42 ปี ทั้งสองคนอยู่หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย แต่ไม่พบตัว ทราบว่าไปรับจ้างกรีดยางในพื้นที่อำเภอเอราวัณ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และ ตร.ชุดสืบสวน ภ.จว.เลย จนทราบว่า นายอาทิตย์ ทำงานก่อสร้างอยู่บนหลังคา ที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย จึงนำตัวมาสอบที่ สภ.เอราวัณ และรายงานให้ พลตำรวจตรี วีระเดช เลขะวรกุล ผบก.ภ.จว.เลย ทราบ
จากการสอบเบื้องต้นทราบว่า นายอาทิตย์ รับจ้างส่งพัสดุมาแล้ว 6 ครั้ง ไปที่กรุงเทพฯ โดยส่งที่ร้านรับส่งพัสดุรายหนึ่งในอำเภอเชียงคาน 3 ครั้ง ที่บ้านธาตุ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน 2 ครั้ง และที่อำเภอเอราวัณ 1 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท จากชาวลาว ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 69
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวนางทัดสะพอน อายุ 42 ปี ชาวลาว ภรรยาของนายอาทิตย์ ขณะขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ มาจอดที่สวนยาง ในพื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จึงคุมตัวมาสอบที่ สภ.เอราวัณ โดยเบื้องต้นให้การว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่อง
คาดว่าเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาสอบปากคำนาน และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา คาดว่าหลังสอบเสร็จจะนำตัวไปที่สำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อทำการขยายผล