ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมพระหรือนายสุริยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2621/2569 ลงวันที่ 7 พ.ค. 69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, สนับสนุนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยกระทำต่อบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง
สืบเนื่องจากช่วงประมาณปี 2567 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านแอปพลิเคชัน Telegram อ้างตนว่าเป็นนักร้องต่างประเทศ โดยเข้ามาพูดคุยทำความรู้จัก เอาใจเก่ง แสดงความห่วงใยเชิงชู้สาว จนผู้เสียหายรู้สึกผูกพัน (Romance Scam)
หลังจากนั้น มิจฉาชีพอ้างว่ามีของขวัญที่จะส่งให้กับผู้เสียหาย แต่ติดปัญหาในการส่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้งจำนวนหลายครั้ง สูญเงินไปกว่า 200,000 บาท
ซึ่งหนึ่งในบัญชีที่ใช้หลอกลวงมีบัญชีธนาคารของพระหรือนายสุริยา ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าวไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า หลังเกิดเหตุพระหรือนายสุริยาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่ง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบและวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ช่วงประมาณปี 2566 ขณะที่พักอาศัยอยู่ย่านหัวลำโพงกับเพื่อน (ยังไม่ได้บวชเป็นพระ) ได้มีนายบอม (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นคนตระเวนหาคนเปิดบัญชีธนาคารให้ เข้ามาชักชวนให้นายสุริยาเปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงิน 300 บาท และเลี้ยงข้าว
นายสุริยาสนใจ จึงได้ไปเปิดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี ที่ห้างสรรพสินค้าแถวสามย่าน หลังจากเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ได้ส่งมอบบัญชีให้กับนายบอม ภายหลังได้ทวงถามเกี่ยวกับบัญชีธนาคารเพื่อนำกลับมาเก็บไว้กับตน แต่นายบอมกลับไม่นำสมุดบัญชีธนาคารมาให้ และหลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้อีก ต่อมาจึงบวชเป็นพระมาประมาณ 3 ปี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามข้อหาดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้งานโซเชียลมีเดีย แอปหาคู่ หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้าทางออนไลน์ ต้องระมัดระวังอย่าหลงเชื่อคนแปลกหน้า โดยกลโกงมักเริ่มจากการทักมาทำความรู้จัก คุยดี เอาใจเก่ง แสดงความห่วงใย จนเหยื่อรู้สึกผูกพัน ก่อนจะเริ่มชักชวนลงทุน อ้างส่งของมาให้แต่ติดค่าธรรมเนียม อ้างป่วย เกิดอุบัติเหตุ หรืออ้างเหตุผลอื่น ๆ
ดังนั้น หากคนที่คุยออนไลน์เริ่มชักชวนลงทุน หรือขอให้โอนเงิน ไม่ว่าเหตุผลจะดูน่าสงสาร น่าเชื่อถือ หรือเร่งด่วนแค่ไหน ให้หยุดทันที อย่าโอนเงิน อย่าส่งข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี รหัส OTP หรือข้อมูลสำคัญใด ๆ ให้กับบุคคลอื่นเด็ดขาด