Top-AsianGame-2026 Top-AsianGame-2026

กทม. จับมือ ก.พลังงาน สั่งเบรกสร้าง Data Center แห่งใหม่กลางเมือง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กทม. จับมือ กรมธุรกิจพลังงาน เบรกอนุมัติ Data Center ใหม่! ยันไฟฟ้า-น้ำไม่กระทบ ส่วนการกักตุนน้ำมันรอตั้งบอร์ดขึ้นมาดูแล ยอมรับที่ผ่านมามีช่องโหว่-ไร้เกณฑ์ควบคุมชัดเจน

จากประเด็นความกังวลของสังคมเกี่ยวกับการตั้งและก่อสร้าง Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งในเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน การใช้ทรัพยากรพลังงาน และการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. ร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกันแถลงข่าวกรณี Data Center

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ FB / กรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

โดยนายชัชชาติ บอกว่า หลังมีข่าวการตั้ง Data Center ใกล้กับโรงพยาบาลพระราม 9 และปัญหาการเก็บน้ำมัน กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตอนนี้ย้ำชัดไม่ได้ให้ใบอนุญาตเพิ่มเติม เรื่องการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ตั้งแต่ 3 สัปดาห์ก่อนแล้ว ส่วนกรมธุรกิจพลังงานก็ไม่อนุญาตให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มเติม และหยุดการออกใบอนุญาตทุกอย่างเช่นกัน

สำหรับ Data Center คือ ศูนย์รวมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและประมวลผล เป็นระบบให้บริการคลาวด์ (Cloud) ภายในบริษัทเอง ซึ่งในกรุงเทพฯ มีอยู่ประมาณ 30–40 แห่ง ซึ่งมีมาตั้งนานแล้ว แต่ช่วงหลังเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนไป เริ่มมี Data Center ขนาดใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานอื่นๆ โดยมีการยื่นขออนุญาตระหว่างปี 2564–2565 จำนวน 6 แห่ง ได้รับอนุญาตไป 3 แล้ว ส่วนอีก 3 แห่ง ตอนนี้สั่งให้หยุดและทบทวนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อน

ทั้งนี้ปัจจุบันมีข้อกังวลเกี่ยวกับ Data Center ที่ กทม. รับผิดชอบอยู่ประมาณ 4 เรื่อง คือ กฎหมายเดิมไม่เคยมีการระบุนิยามของ Data Center ไว้ หากมาขออนุญาตก็มักแจ้งเป็นลักษณะคลังสินค้า ด้านผังเมืองก็ไม่ต้องทำรายงาน EIA ส่วนด้านอุตสาหกรรมก็ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงงาน ปัจจุบันจึงต้องทบทวนรายละเอียดเพื่อปรับปรุงใหม่ เช่น ทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้เริ่มปรับนิยามของ Data Center เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น

เรื่องที่สองคือการใช้ไฟฟ้า Data Center แต่ละแห่งมีขนาดต่างกัน ในกรุงเทพฯ มีขนาดอยู่ระหว่าง 20 กว่าเมกะวัตต์ แต่หากเป็นต่างจังหวัดอาจสูงถึงหลายร้อยเมกะวัตต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Data Center ในกรุงเทพฯ ใช้งานจริงเพียง 8 เมกะวัตต์ จึงไม่กระทบต่อประชาชน และเมื่อเทียบกับการใช้ไฟพื้นฐานในธุรกิจขนาดใหญ่ถือว่าน้อยมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หรือองค์กรใหญ่ ๆ ใช้ไฟฟ้าถึง 100 เมกะวัตต์ ส่วนการขออนุญาตก็มีมาตรฐานการเชื่อมต่อและความปลอดภัยยืนยันว่าปลอดภัยทุกอย่าง

นอกจากนั้น นายชัชชาติ ย้ำว่า Data Center ในกรุงเทพฯ ใช้ไฟแค่ประมาณ 20 เมกะวัตต์เท่านั้น ไม่เหมือนในพื้นที่ EEC ใช้ไฟฟ้าเยอะกว่านี้

ส่วนที่สามคือเรื่องน้ำที่ใช้หล่อเย็น ซึ่งตัวแทนการประปานครหลวง ชี้แจงว่า Data Center รายใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ปัจจุบันใช้น้ำเฉลี่ยเดือนละ 7,800 ลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับสถานประกอบการอื่น เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใช้น้ำ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ห้างสรรพสินค้าใช้เดือนละ 30,000–40,000 ลูกบาศก์เมตร ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชน

อย่างไรก็ตามนายชัชชาติระบุว่า แม้ปัจจุบันจะไม่มีผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนอย่างมีนัยยะ แต่ในอนาคต ต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าปริมาณน้ำจะเพียงพอหรือไม่ ขณะเดียวกันเรื่องปัญหาของน้ำเสียจากการหล่อเย็นจากการตรวจสอบก็พบว่าไม่ได้มีการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำ น้ำที่ใช้บางส่วนก็นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น นำไปรดน้ำต้นไม้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมอนิเตอร์ต่อไปว่าจะมีการใช้น้ำที่อุณหภูมิสูงขึ้นหรือไม่

ส่วนอีกปัญหาคือเรื่องของการสะสมน้ำมันเพื่อใช้สำรองในการปั่นไฟ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมธุรกิจพลังงาน กฎหมายระบุว่า หากเก็บไว้ใช้เองไม่เกิน 500,000 ลิตร ไม่ต้องจดทะเบียนเป็นคลังน้ำมัน

Data center สตริงเกอร์ กทม.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวชี้แจงแนวทางกำกับดูแล Data center

ทั้งนี้นางสาว ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า มีการขออนุญาตติดตั้งถังน้ำมันในช่วงปี 2564–2567 เพื่อใช้สำหรับกรณีไฟฟ้าฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งล่าสุด นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการลงมาแล้วว่า กรณีที่จะขอคลังน้ำมันเพื่อสำรองไว้ปั่นไฟฉุกเฉินใน Data Center ใหม่ ให้ชะลอไว้ก่อน ระหว่างรอตั้งบอร์ด Data Center ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ

ส่วนที่อนุญาตไปแล้ว ตอนนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น กรณีที่รามคำแหง 28 มีข่าวว่าเก็บน้ำมันถึง 400,000 ลิตร แต่ในข้อเท็จจริงตามใบอนุญาตไม่ได้อนุญาตให้เก็บมากขนาดนั้น หากพบว่ามีการเก็บจริง เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินคดีฐานลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน Data Center ที่พระราม 9 ทั้ง กทม. และกรมธุรกิจพลังงานยังไม่ได้อนุมัติใบอนุญาตใด ๆ

ส่วนกรณีที่ Data Center เข้ามาอยู่ใจกลางเมืองนั้น นายชัชชาติ บอกว่าเป็นเพราะในเมืองมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ทั้งระบบน้ำระบบไฟและบุคลากร รวมถึง มีโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) ที่รับส่งสัญญาณได้เร็ว อย่างที่ไปตั้งแถวพระราม 9 เยอะเพราะมีไฟเบอร์ออปติกหนาแน่น ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูง ประกอบกับ อยู่ใกล้ลูกค้าที่สุดด้วย

ส่วนกรณีที่มีการก่อสร้างไปแล้วอยู่ในพื้นที่ชุมชน ที่ผังเมืองยังไม่รองรับนั้น นายชัชชาติบอกว่า ผังเมืองเป็นเรื่องของการวางแผนในอนาคต แต่หากสร้างความเดือดร้อน สามารถใช้กฎหมายอื่น เข้าไปดำเนินการได้ทันที ยอมรับว่าที่ผ่านมามีช่องโหว่ เพราะ Data Center เดิมตั้งอยู่ในอาคารสำนักงาน แต่พอเปลี่ยนมาเป็น แบบ Standalone ขอตั้งขนาดใหญ่ จึงไม่มีเกณฑ์ชัดเจนว่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ใด เนื่องจากไม่ใช่สำนักงาน ไม่มีคนนั่งทำงานประจำ ไม่มีที่จอดรถพนักงาน หลังจากนี้ จึงต้องปรับมาตรฐานกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกันนายชัชชาติ บอกว่า หากเกิดปัญหาเฉพาะหน้า หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็ต้องสั่งหยุดดำเนินการไว้ก่อน ซึ่งทุกฝ่ายปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ส่วนในภาพรวมเรื่องมาตรฐาน EIA และกฎหมายการก่อสร้างอาคารหลังจากนี้ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบท และอาจต้องคาดการณ์ล่วงหน้าให้ครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้นด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT WARRIORS

THAI FIGHT WARRIORS

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ