เส้นทาง “เขาระเบิด” จากเส้นทางธรรมชาติที่ขึ้นไปยังลานฝึกซ้อมกีฬาทางอากาศและกิจกรรมร่มบิน (ร่มร่อน/Paramotor) ของสมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทยฯ ในพื้นที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ซึ่งไม่ใช่ถนนสาธารณะ แต่เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามวัตถุประสงค์สำหรับการฝึกกีฬาทางอากาศและกิจกรรมร่มบิน
แต่กลับกลายมาเป็นที่รู้จักของคนในสังคม จากคลิปไวรัลในรูปแบบของสนามทดสอบสมรรถนะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ บนเส้นทางลาดชัน ที่เต็มไปด้วยความท้าทายเรียกยอดวิวได้อย่างไร?
จุดหมายท้าทายที่หลายคนอยากไปพิชิต!
แม้เส้นทางขึ้นเขาระเบิดจะมีมาหลายปีแล้วตั้งแต่เป็นถนนดิน จนเปลี่ยนมาเป็นถนนคอนกรีตเมื่อช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา แต่เส้นทางเขาระเบิดกลายมาเป็นกระแสไวรัลในปี 2569
ซึ่งเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปที่กระแส “พิชิตเขาระเบิด” ที่ได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดีย ผ่านคลิปคอนเทนต์การขับรถบนเส้นทางลาดชันดูหวาดเสียวเพื่อขึ้นไปพิชิตเขาระเบิดผ่านสื่อเชียลมีเดียหลายช่องทาง ด้วยคลิปการขับรถขึ้นเขาเส้นทางลาดชันที่ดูน่าตื่นเต้นและทำให้คนดูลุ้นระทึกตามไปด้วย กลายเป็นคลิปไวรัลที่ผู้คนให้ความสนใจ
จนทำให้เส้นทางเขาระเบิดกลายมาเป็นจุดสร้างคอนเทนต์คลิปไวรัลในโลกออนไลน์ ที่ดึดดูดยอดวิว ด้วยคลิปที่ดูน่าตื่นต้นและต้องลุ้นระทึกการขับขี่ขึ้นเส้นทางลาดชันของรถแต่ละคัน ทั้งรถกระบะ รถเก๋ง รถแต่งซิ่ง รถยนต์ไฟฟ้า(Ev) รถจักรยานยนต์บ้านๆ ไปจนถึงบิ๊กไบค์สไตล์ทัวร์ริ่ง (Touring Bike และ Adventure-Touring)
ซึ่งมีหลายคลิปที่เกิดอุบัติเหตุในระหว่างพยายามขับรถขึ้นเส้นทางลาดชัน ทั้งรถจักรยานยนต์ที่ล้มลื่นไถลลงทางลาด หรือตกร่องน้ำริมทาง ตลอดจนรถยนต์ที่ขึ้นเขาไม่ไหวก่อนวิ่งถอยหลังลงไปพลิกคว่ำ
คอนเทนต์สุดตื่นเต้นยอดวิวหลักล้าน!
ด้วยคลิปไวรัลหลายต่อหลายคลิปของกระแส “พิชิตเขาระเบิด” ก็ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึก “อยากลอง” ทั้งการลองเพื่อทดสอบทักษะและฝีมือการขับรถของตนเอง การลองเพื่อทดสอบสมรรถนะรถของตนเองว่าขึ้นทางลาดชันได้หรือไม่ รวมถึงการลองเพื่อถ่ายคอนเทนต์ที่ดูน่าตื่นเต้นเร้าใจกว่าปกติ และอีกหลายเหตุผลที่ดึงดูดให้กระแส “พิชิตเขาระเบิด” ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น โดยมีหลายคลิปไวรัลการขึ้นเขาระเบิดที่มียอดวิวจำนวนมาก อาทิ
- คลิป Reels การขับ Electric Unicycle จักรยานไฟฟ้าล้อเดียวขึ้นเขาระเบิด ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเกี่ยวกับ “เขาระเบิด” เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการดูไปกว่า 28 ล้านครั้ง
- คลิป Reels การขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างลงเขาระเบิดสุดหวาดเสียว ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเกี่ยวกับ “เขาระเบิด” เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคลิปดังกล่าวมีการดูไปกว่า 14 ล้านครั้ง
- คลิป Reels ซึ่งเป็นคลิปอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มระหว่างขับขึ้นเขาระเบิด ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเกี่ยวกับ “เขาระเบิด” เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการดูไปกว่า 7.2 ล้านครั้ง
- คลิป Reels การขับรถยนต์ Nissan cefiro สีขาว ขึ้นเขาระเบิดอย่างหวาดเสียว พร้อมโชว์การดริฟต์ระหว่างเข้าโค้ง ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเกี่ยวกับ “เขาระเบิด” เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการดูไปกว่า 6.9 ล้านครั้ง
- คลิป Reels ซึ่งเป็นคลิปอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รายหนึ่ง ที่ขับรถลงร่องน้ำข้างทางขึ้นเขาจนล้มไถล ถูกเผยแพร่ผ่านเพจเกี่ยวกับ “เขาระเบิด” เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการดูไปกว่า 1.1 ล้านครั้ง
คอนเทนต์ที่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง
เมื่อการขับรถขึ้นเขาเส้นทาง “เขาระเบิด” ไม่ได้นำมาแค่ความสนุก ท้าทาย หรือกลายเป็นคอนเทนต์ที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ตามด้วยคือความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินที่ถูกมองข้าม!
เนื่องจาก “เขาระเบิด” อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ ซึ่งสภาพโดยรอบเต็มไปด้วยพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร และอยู่ห่างจากโรงพยาบาลหนองใหญ่ประมาณ 8.2 กิโลเมตร การขึ้น “พิชิตเขาระเบิด” ด้วยความท้าทายของการขับรถผ่านเส้นทางลาดชัน ที่ผู้ขับขี่อาจจะไม่มีประสบการณ์มากพอ ไม่มีการตรวจสอบสมรรถนะของรถก่อนขับขึ้นเขา อาจจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุที่สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง ในพื้นที่ที่การปฐมพยาบาลหรือการช่วยเหลือทางการแพทย์เข้าถึงไม่ได้ทันท่วงที จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจจะต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บหรือแลกมาด้วยชีวิตได้
ความเสี่ยงอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่แค่คนขับรถหรือผู้โดยสารภายในรถ แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่รอถ่ายคอนเทนต์ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งหลายคลิปจะเห็นกลุ่มคนวิ่งเข้าไปช่วยดึงหรือช่วยเข็นรถที่กำลังลื่นไถลลงทางลาดชัน หรือกลุ่มคนยืนอยู่ริมถนนและใช้มือถือถ่ายคลิปขณะที่รถกำลังขึ้นทางลาดชันที่เสี่ยงได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไม่แพ้กัน
นอกจากนั้นยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องแลกมาด้วยความเสียหายของทรัพย์สิน โดยจะเห็นได้จากคลิปไวรัลหลายคลิปที่รถจักรยานยนต์ล้มไถลไปตามพื้นถนน หรือพุ่งลงร่องน้ำข้างทาง ตลอดจนรถยนต์ที่ขึ้นทางชันไม่ไหวก่อนไหลย้อนลงมาและพลิกคว่ำ หรือรถยนต์ที่พยายามขับขึ้นทางลาดชันจนล้อยางหมุนฟรีกับท้องถนนเกิดควันโขมง ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ใครหลายคนอาจจะมองข้ามไป
ปิดทางขึ้น “เขาระเบิด” อวสานคอนเทนต์จริงไหม?
หลังจากกระแส “พิชิตเขาระเบิด” กลายเป็นที่พูดถึงมากขึ้น และกลายเป็นหมุดหมายการลองรถเทสรถของผู้คนที่มากขึ้นตามไปด้วย ก็นำมาซึ่งการปิดเส้นทางถาวรเพื่อแก้ปัญหา
โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์ นายอำเภอหนองใหญ่ พร้อมตัวแทนสมาคมการกีฬาร่มบิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เทศบาลตำบลหนองใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการควบคุม และมีข้อสรุปให้ปิดเส้นทางขึ้นเขาระเบิด เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง และประเมินแล้วว่าผลเสียและความเสี่ยงมีมากกว่าประโยชน์
พร้อมเน้นย้ำว่าเส้นทางดังกล่าว ไม่ใช่ถนนสาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประชาชนทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามวัตถุประสงค์สำหรับการฝึกกีฬาทางอากาศและกิจกรรมร่มบิน ไม่ได้มีไว้สำหรับนำรถขึ้นไปทดลองสมรรถนะหรือถ่ายคอนเทนต์ หากยังมีผู้ฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถือเป็นการบุกรุกและถูกดำเนินการตามกฎหมาย
แม้การปิดทางขึ้น “เขาระเบิด” จะทำให้ปัญหาที่เกิดจากกระแส “พิชิตเขาระเบิด” จบลงตามไปด้วย แต่สิ่งที่สังคมจะต้องจับตากันต่อไปก็คือจะมีพื้นที่อื่นที่ถูกใช้เป็นสนามทดสอบสมรรถนะของรถ เหมือนกับกรณีของ “เขาระเบิด” อีกหรือไม่
หลังจากนี้จะมีคอนเทนต์การพิชิตเส้นทางเสี่ยง ทั้งถนนลาดชันหรือทางขึ้นเขา รวมถึงถนนสาธารณะอื่นๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่ หากมีคลิปไวรัลการพิชิตถนนเส้นทางอื่นเกิดขึ้นและกลายเป็นกระแสไวรัล ก็อาจจะเกิดปรากฎการณ์ “เขาระเบิด” ขึ้นอีกในพื้นที่อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คอนเทนต์เสี่ยงอันตราย! ผิดกฎหมายหรือไม่?
ถึงจุดนี้อาจจะมีหลายคนตั้งคำถามว่าการทำคอนเทนต์ที่หวาดเสียวและเสี่ยงอันตรายในรูปแบบต่างๆ บนท้องถนน เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เอาผิดได้แค่ไหน? หากย้อนดูกรณีที่พอจะเทียบเคียงได้กับกรณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ
ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว
- ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43(3) ในลักษณะกีดขวางการจราจร และ 43(4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เช่น ขับรถปาดไปมา เบรกกะทันหันโดยไม่มีเหตุผล ขับจี้ท้าย ขับเข้าเลนสวน หรือโชว์ดริฟต์ และถึงแม้จะขับไม่เร็ว แต่ถ้าท่าทางขับดู “น่าหวาดเสียว” หรือสร้างความตกใจให้ผู้ใช้ถนนอื่น ก็ผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน
- โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย
- ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43(8) ในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น เช่น การโชว์ดริฟต์ ขับรถฉวัดเฉวียน หรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ถนนอื่น
- โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขับรถในลักษณะก่อความเดือดร้อนรำคาญ
- ตามกฎหมายอาญา มาตรา 397 กรณีมีพฤติกรรมรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เช่น การขับรถเบิ้ลเครื่องกลางดึก ดริฟต์โชว์ ป่วนเพื่อนบ้าน ขับวนรอบหมู่บ้านเสียงดัง โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ไปจนถึงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และนอกจากโทษจำคุก และโทษปรับแล้ว ศาลอาจพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงการริบรถของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดด้วย
ถนนไม่ใช่สนามทดสอบรถ-ถ่ายคอนเทนต์เรียกยอดวิว!
แม้การปิดทางขึ้น “เขาระเบิด” จะทำให้ปัญหาที่เกิดจากกระแส “พิชิตเขาระเบิด” จบลงตามไปด้วย แต่สิ่งที่สังคมจะต้องจับตากันต่อไปก็คือจะมีพื้นที่อื่นที่ถูกใช้เป็นสนามทดสอบสมรรถนะของรถ เหมือนกับกรณีของ “เขาระเบิด” อีกหรือไม่ หลังจากนี้จะมีคอนเทนต์การพิชิตเส้นทางเสี่ยง ทั้งถนนลาดชันหรือทางขึ้นเขา รวมถึงถนนสาธารณะอื่นๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่ หากมีคลิปไวรัลการพิชิตถนนเส้นทางอื่นเกิดขึ้นและกลายเป็นกระแส ก็อาจจะเกิดปรากฎการณ์ “เขาระเบิด” ขึ้นอีกในพื้นที่อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นโฟกัสเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์ “พิชิตเขาระเบิด” แต่อาจจะต้องมองไปถึงการปลูกฝังเรื่องความปลอดภัยทางท้องถนน ที่ทุกคนควรจะต้องเข้าใจตรงกันและขีดเส้นใต้ให้ชัดๆ ว่า “ถนนสาธารณะหรือพื้นที่สาธารณะไม่ควรถูกใช้เพื่อเป็นสนามทดสอบสมรรถนะของรถ” ไม่ว่ากรณีการทดสอบการขึ้นทางลาดชันเหมือนกรณี “เขาระเบิด” การทดสอบความเร็ว เหมือนหลายกรณีที่มีการรวมตัวปิดถนนเพื่อจัดแข่งรถเถื่อน รวมถึงการทดสอบการดริฟต์รถ และอื่นๆ ซึ่งนอกเหนือจากพื้นที่เขาระเบิดแล้วในโซเชียลมีเดียยังมีการพูดถึงการพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์บนเส้นทางชัน โค้งหักศอก เส้นทางอันตรายในอีกหลายพื้นที่ อาทิ ภูทับเบิก (จ.เพชรบูรณ์), ดอยอ่างขาง (จ.เชียงใหม่), ภูหลงถัง ทางลัดไปภูชี้ฟ้า (จ.เชียงราย), เขาเรดาร์ (จ.กาญจนบุรี) เป็นต้น
นอกจากนั้นอาจจะถึงเวลาที่คนที่เกี่ยวข้องควรจะต้องให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเรื่องการทำคอนเทนต์ไวรัลเรียกยอดวิว ที่ไม่ควรจะใช้ “ถนนหรือเส้นทางสาธารณะเพื่อถ่ายทำคอนเทต์เรียกยอดวิว” เพราะที่ผ่านมาหลายคอนเทนต์ที่กลายเป็นไวรัลเรียกยอดวิวถูกถ่ายทำในท้องถนน อาทิ คอนเทนต์แก๊งค์รถกระบะแต่งซิ่งขี่รถปิดถนนบนสะพานชลมารควิถี จ.ชลบุรี เพื่อถ่ายคอนเทนท์ลงโซเชียล, คอนเทนต์รถจักรยานยนต์โชว์ยกล้อบนถนนสาธารณะ, คอนเทนต์แสดงสัญลักษณ์มือขอแตรสามช่าสิบล้อ โดยยืนริมถนนซึ่งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น
เพราะความปลอดภัยทางถนน...ไม่ควรต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงจากการทดสอบสมรรถนะรถ หรือการถ่ายทำคอนเทต์เรียกยอดวิว!