จากกรณี ฝ่ายปกครองอำเภอหนองใหญ่ พร้อมตัวแทนสมาคมการกีฬาร่มบิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งให้ปิดเส้นทางขึ้นเขาระเบิด หลังพบประชาชนแห่นำรถยนต์-รถจักรยานยนต์ขึ้นไปทดสอบสมรรถนะ-ถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำ
ล่าสุดแอดมินเพจหนึ่งเกี่ยวกับคอนเทนต์เขาระเบิด เปิดเผยข้อมูลกับ พีพีทีวีว่า เรื่องความลาดชันของเส้นทางขึ้นเขาระเบิดนั้น ชันแค่ตรงที่เห็นในคลิป และขอว่าอย่ามองเรื่องที่เกิดขึ้นจากกระแส ”พิชิตเขาระเบิด” แค่ในด้านลบเท่านั้น
โดยแอดมินคนดังกล่าวบอกอีกว่า สำหรับกลุ่มคนที่เขามาพิชิตเขาระเบิด แล้วรถล้มก็เป็นการสมัครใจมาเองทั้งนั้น และตอนที่รถล้มก็มีทีมงานที่คอยเป็นคนช่วยเหลือ ทั้งนี้ถ้ามีหน่วยงานคอยมากำกับดูแลให้เป็นระเบียบ อุบัติเหตุอาจจะเกิดน้อยลงก็เป็นไปได้ โดยอาจจะเก็บเงินค่าขึ้นเขา เพื่อเอาเงินส่วนนี้มาปรับปรุงถนนในจุดที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ หรือมีการจัดคิวขึ้นลงไม่ให้รถสวนกันก็จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการเกิดอุบัติเหตุลงได้ด้วย
นอกจากนั้นยังมองว่า ในมุมมองของเขาควรแก้ไขที่ปัญหา ไม่ควรแก้ไขโดยการตัดปัญหา โดยอาจจะจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะมองว่า “เขาระเบิด” กำลังดังเป็นที่รู้จัก ผู้คนอยากมาเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ร้านค้าใกล้เคียงได้ประโยชน์ไปด้วย ชาวบ้านร้านค้ามีรายได้ รายได้เข้าชุมชน ซึ่งมองว่าจะเป้นประโยชน์หากมีการจัดการให้เป็นกิจลักษณะ
ส่วนกรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่า เขาระเบิดไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยว ไม่ได้มีไว้สำหรับนำรถขึ้นไปทดลองสมรรถนะหรือถ่ายคอนเทนต์ และให้สั่งปิดเส้นทางดังกล่าว เพราะมองว่าที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง และประเมินว่าผลเสียและความเสี่ยงมีมากกว่าประโยชน์ ประเด็นนี้ แอดมินคนดังกล่าว บอกว่า ป้ายทางขึ้นเขาระเบิดระบุชัดว่าการสร้างถนนขึ้นเขาระเบิดเป็นโครงการจัดทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและส่งเสริมกีฬาทางอากาศ อีกทั้งถนนที่มีการทำขึ้นไปก็มาจากงบประมาณที่ได้จากภาษีประชาชน
ดังนั้นการปิดทางขึ้นเขาระเบิด จึงเป็นการตัดปัญหา แต่ไม่ได้แก้ไขตรงที่ปัญหา เพราะถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุรถล้มหรืออุบัติเหตุ ก็ควรไปแก้ไขตรงจุดนั้น ไม่ใช่ปิดทางขึ้นเขาไปเลย นอกจากนั้นคนที่มาเที่ยวก็มี คนที่มาชมวิวก็มี แฟนเพจหลายคน อยากมาชมวิวบนเขา อาจจะให้จอดรถไว้ข้างล่างแล้วยอมเดินขึ้นไปเที่ยวบนเขาเลย แต่ตอนนี้กลับมีป้ายห้ามคนขึ้นไปเลย พร้อมย้ำอีกว่า การปิดเขาระเบิดนั้น ทางเพจของตนไม่ได้เดือดร้อน แต่คนที่เดือดร้อนคือร้านค้าทางขึ้นเขาระเบิด
นอกจากนั้นแอดมินคนดังกล่าว ยังเปิดเผยข้อมูลเสียงสะท้อนจากคนที่เคยเดินทางขึ้นไปเที่ยวบนเขาระเบิด โดยยืนยันว่าเส้นทางเขาระเบิดไม่ได้อันตรายอะไรถ้ารถมีความพร้อม และคนที่ประจำจุดโค้งมีน้ำใจช่วยถ่ายรูปให้ และคอยให้ความช่วยเหลือรถที่มีปัญหาด้วย