คอนเทนต์ "Native" คืออะไร? กระแส "กรุงเทพ Native" ที่ไม่หยุดแค่กรุงเทพฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทำความรู้จัก "คอนเทนต์ Native" เทรนด์ชวนเช็กความเป็นคนพื้นที่ ผ่านภาษา พฤติกรรมและประสบการณ์ร่วม จาก "กรุงเทพ Native" ก่อนลามไปโคราช มหาวิทยาลัย ยันชีวิตคนไทยในญี่ปุ่น

เรียกได้ว่ากลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลบนโลกโซเชียลสำหรับ "กรุงเทพ Native" คอนเทนต์ที่หยิบเรื่องความเป็น "คนพื้นที่" มาเล่นอย่างสนุกสนาน ผ่านคำถาม พฤติกรรม หรือประสบการณ์บางอย่างที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคย จนกลายเป็นเหมือนบททดสอบว่าใครจะมีความเป็น "คนกรุงเทพฯ ตัวจริง" มากกว่ากัน

คำว่า Native ในภาษาอังกฤษมีความหมายได้ทั้ง พื้นเมือง ท้องถิ่น หรือเป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่นั้นโดยกำเนิด

กรุงเทพฯ ช่างภาพพีพีทีวี
กรุงเทพฯ

ลักษณะของ "คอนเทนต์ Native" คือการนำเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา มาเปลี่ยนให้กลายเป็นแบบทดสอบหรือการมีส่วนร่วมสำหรับคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเรียกสถานที่ ร้านอาหาร การเดินทาง สำเนียง คำพูด หรือเหตุการณ์ที่คนในพื้นที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกัน

ยิ่งเป็นรายละเอียดที่คนนอกพื้นที่อาจไม่เข้าใจ แต่คนท้องถิ่นเห็นแล้วเข้าใจทันที ก็ยิ่งสร้างความรู้สึกว่า หากรู้เรื่องนี้ แสดงว่าเป็นคนที่นี่จริง

กรุงเทพ Native

จุดเริ่มต้นของ "กรุงเทพ Native" มาจากการตั้งคำถามบนโลกออนไลน์ว่า มีพฤติกรรม คำพูด หรือรายละเอียดแบบใดที่เห็นแล้วสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นคนกรุงเทพฯ แท้

เมื่อคำถามดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแชร์ประสบการณ์ของตนเอง จนกลายเป็นกระแสที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายรายนำไปต่อยอดเป็นคลิปสั้นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ตัวอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นกรุงเทพ Native เช่น บอกระยะทางเป็นเวลา ไม่ใช่กิโลเมตร, วันหยุดยาวปีใหม่-สงกรานต์อยู่กรุงเทพฯ หรือเที่ยวต่างจังหวัด, บอกสถานที่เป็นสถานีรถไฟฟ้าใกล้เคียง ไม่บอกเป็นเส้นถนน, แยกาถนีรถไฟฟ้าบีทีเอสเคหะฯ กับสถานีคูคตออก, ตอบได้ว่าสยามร้อนคือฝั่งไหน, กรอกที่อยู่บ้านเป็น แขวง เขต, ฯลฯ

"โคราช Native" ก็มา!

นอกจากกรุงเทพ Native แล้ว ยังมีคอนเทนต์ที่ถูกต่อยอดมายังจังหวัดนครราชสีมา หรือ "โคราช" ผ่านคอนเทนต์ "โคราช Native" ที่ชวนชาวโคราชร่วมย้อนดูว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่คนในพื้นที่เห็นแล้วเข้าใจตรงกันทันที

เช่น แล้วยัง?=เสร็จรึยัง แล้วแล้ว=เสร็จแล้ว, เรียกเที่ยงคืนว่า หกทุ่มมมม, ขี่รดเก๋ง ที่ไม่ใช่ขับรถเก๋ง, ถ้าถูกเรียกว่าลูกเศรษฐี ไม่ได้แปลว่าเป็นลูกคนรวยเสมอไป เป็นต้น

ลามยันมหาวิทยาลัย

นอกจากจะเป็นการพูดถึงในเชิงพื้นที่แล้ว คอนเทนต์ Native ยังถูกหยิบยกมาใช้ในบริบทการมีส่วมร่วมในจุดร่วมเดียวกันอย่างมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาด้วย

เช่น สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ระบุถึง "เกษตร Native" ว่า รู้ว่า..ต่อแถวรอตะลัยไม่มา พอตัดสินใจนั่งวิน ตะลัยจะมาปุ๊บ!!, รู้ว่า..ตึกไหนคือ อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ ตึกไหนคือ อาคารเทพศาสตร์สถิตย์, รู้ว่า..พระพิรุณหน้าหอสมุดคือองค์ Original เป็นต้น

หรือจะเป็นคณะมนุษยศาสตร์ มศว ที่ทำคอนเทนต์ "Checklist เด็กมนุษย์ มศว Native" เช่น เรียกชื่อเอกเป็นตัวย่อ, เรียกอาคาร 2 ว่าตึกเก่า เรียกอาคาร 22 ว่าตึกใหม่, นัดเจอที่คณะ = อาคาร 2 เท่านั้น เป็นต้น

โพสต์ของ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ FB/สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โพสต์ของ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โพสต์ของ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ FB/คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โพสต์ของ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ไปไกลยันคนญี่ปุ่น (เกือบ) Native

ขณะที่ Jeducation สถาบันและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงคนไทยที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นจนเกือบเป็นคนญี่ปุ่น Native ไปเสียแล้ว โดยระบุว่า คนกรุงเทพฯ Native อาจจะยัง แต่ถ้าใช้ชีวิตญี่ปุ่นจนเริ่มเช็กเวลารถไฟเป็นนิสัย จำวันทิ้งขยะแม่น และเผลอพูด すみません ออกมาอัตโนมัติ แบบนี้เรียกว่าเป็นคนญี่ปุ่น (เกือบ) Native ได้หรือยังนะ?

โพสต์ของ Jeducation เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น FB/Jeducation เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น
โพสต์ของ Jeducation เรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ