วันที่ 9 ต.ค. 2569 สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 10/2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดมูลฐาน กรณีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ
โดยเลขาธิการ ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรมเคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 108 รายการรวมมูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท (ตามคำสั่ง ย.190-192/2569) ในการนี้ สำนักงาน ปปง.สืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 5 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 236/2569)
นอกจากนั้นยังมีกรณีที่น่าสนใจ รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นพฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงและยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ซึ่งคณะกรรมการธรกรรมเคยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 96 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท (คำสั่ง ย.293/2568) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง และจากการสืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินที่เกียวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ในการนี้คณะกรรมการธรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 416 รายการ (เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 118 ล้านบาท (คำสั่ง ย.169/255569)
และยังมีคดี นายอภิรักษ์ กับพวก กรณีหลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ (Forex-3D) เป็นพฤติการณ์ความผิดเก็ยวกับการก็ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยกรณีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้รวม 5 ครั้ง ซึ่งเป็นคดีดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นศาลแยกเป็น 5 สำนวนคดี โดยในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรม มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือขดใช้คืนผู้เสียหาย (เพิ่มเติม) รวมทรัพย์สินที่ดำเนินการในกรณีดังกล่าวทั้งหมด 298 รายการ มูลค่ากว่า 581 ล้านบาท และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 7,642 ราย