นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ PPTVHD 36 ภายหลัง ป.ป.ช. มีมติรับคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 เป็นคดีพิเศษว่า ในคดีดังกล่าวมี นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการไต่สวน โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการไต่สวน จะมีทั้งกรรมการ ป.ป.ช. , ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมแล้วมากกว่า 30 คน
นอกจากนี้ จะยังมีพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนด้วย
ขณะที่ประเด็นในการไต่สวนนั้น จะครอบคลุมหลายประเด็นตั้งแต่การแก้ไขคะแนน การเรียกรับเงิน โดยไม่ทิ้งประเด็น TOR สำหรับการจัดซื้อ จัดจ้าง การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่ามีการล็อกสเปกหรือไม่
ส่วนกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหา และจะต้องเข้ารับการไต่สวนซึ่งถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย
1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
2. กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบ และประกาศผลสอบ
3. กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ
4. บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 กลุ่มนี้ มีจำนวน 6,012 ราย ในจำนวนนี้ 5,960 ราย เป็นกลุ่มที่มีการแก้ไขคะแนน ทั้งผู้ที่สอบได้แต่กลับพบการแก้ไขคะแนนให้ดีขึ้น และกลุ่มที่คะแนนไม่ผ่านแต่มีการแก้ไข
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6,012 ราย แม้จะตกอยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้กระทำความผิดทั้งหมด เนื่องจากตามขั้นตอนแล้วนั้น จะต้องเชิญผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวน เพื่อหาข้อเท็จจริง และพิสูจน์ความผิด จากนั้นถึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และชี้มูลความผิด
ส่วนกรอบระยะเวลาในการทำคดี เมื่อเป็นคดีพิเศษ ตามระเบียบของ ป.ป.ช. มีกรอบระยะเวลาอยู่ เช่น ต้องรายงานความคืบหน้าคดีให้กรรมการ ป.ป.ช. ทราบเป็นระยะ หรือทุกเดือน