เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569
โดยสาระที่น่าสนใจระบุว่า เจ้าหน้าที่พึงใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง มีความสุภาพ สำรวมกิริยา มารยาท ยึดถือจริยธรรม งดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้อื่นการสร้างความเกลียดชัง การระราน การส่อเสียด ตลอดจนการกระทำใดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
การคงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง ภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อหน่วยงาน หรือที่ฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นการไม่รักษาวินัย จริยธรรม และระเบียบแบบแผนของทางราชการ
นอกจากนั้นยังกำหนดเรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เจ้าหน้าที่พึงงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรืออาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าไม่อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ราชการ
และยังห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีลักษณะไม่เหมาะสมอันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือภาพลักษณ์ของหน่วยงานและให้หมายรวมถึงการกระทำในลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย
1. การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือส่งผลกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการในลักษณะที่ไม่รักษาความลับของทางราชการ หรือกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง
3. การเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะสวมเครื่องแบบหรือชุดที่มีเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามารยาท ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน
4. การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันอาจสร้างความแตกแยกทางความคิดหรือความเกลียดชังของบุคคลในสังคมหรือหน่วยงาน หรืออาจกระทบต่อความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหน่วยงาน
5. การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่เป็นการโอ้อวดถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้หรืออ้างตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหรือผู้อื่น เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
นอกจากนั้นยังกำหนดว่า เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังมิให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม
ส่วนการกำกับดูแลและตรวจสอบ ให้เป็นอำนาจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือสั่งจ้างแล้วแต่กรณี กำกับดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ในกรณีที่มีการ้องเรียนหรือความปรากฏว่าเจ้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ให้สั่งให้ดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้น
และหากปรากฎข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม ให้ดำเนินการตามประมวลจริยธธรรม หรือหากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ และมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัยหรือทางอาญา ให้ดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญา แล้วแต่กรณี และหากก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายและสำนักงาน ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามในกรณีมีการร้องเรียนหรือความปรากฏว่า ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ปรึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ของประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. แล้วแต่กรณี พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป