นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวพีพีทีวี กรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา อธิบายเรื่องการโอนเงินจาก “บัญชีองค์กรทำดี” เพื่อต้องการนำไปสร้างมูลนิธิฯ ที่อยู่ปทุมธานี ไม่ใช่สร้างพูลวิลล่า สามารถสู้ประเด็นนี้ได้หรือไม่
ทนายตั้ม เปิดเผยว่า ตอนนี้ตัวเองรู้มาว่าเริ่มมีกระบวนการทำอะไรบางอย่าง เพื่อสนับสนุนสิ่งที่บุ๋ม ปนัดดา กำลังจะออกมาแถลงกับสังคมว่า ไม่รู้เห็นเรื่องการใช้เงินมูลนิธิฯ สร้างพูลวิลล่า เป็นลักษณะทำเอกสารบางอย่างที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งเรื่องนี้อาจทำให้ถูกคดีเพิ่มได้
ทนายตั้มบอกว่า การจะพิสูจน์ตัวเอง ศาลจะดูที่เจตนา อย่างเรื่องนี้สุดท้ายเส้นเงินไปอยู่ที่การใช้สร้างพูลวิลล่าโดยมีชื่อ บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้ครอบครอง การจะสู้คดีก็ต้องหาหลักฐานมาสนับสนุน เช่น หลักฐานเอกสารที่ตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ จึงฝากเตือนว่าหากทำเอกสารปลอมขึ้นมา ท้ายที่สุดสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม
ส่วนการจะอ้างว่าถูกหลอกหรือไม่รู้เห็นเรื่องการใช้เงินก็เป็นไปได้ยาก ยิ่งเป็นบัญชีที่บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้โอนเงินด้วยตัวเอง และเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ ก็ยิ่งต่อสู้ให้พ้นผิดยากมาก
“เท่าที่พี่ทราบนะตอนนี้เขากำลังอยู่ในการทำอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะเอามาสนับสนุนกับสิ่งที่เขากำลังจะออกมาแถลง กับประชาชนว่าเขาไม่รู้เรื่อง แต่ว่าเตือนไว้ก่อนเลยนะการทำเอกสารหรืออะไรถ้าเกิดมันไม่ใช่ความจริงเดี๋ยวมันเข้าตัวกลายเป็นว่าจะไปโดนคดีเพิ่มอีก”
ขณะเดียวกันทนายตั้ม ยังพูดขยายเรื่องที่เกี่ยวกับลายเซ็นปลอมว่า ตนเองได้ยินข้อมูลมาจากทนายเดชา อ้างว่า บุ๋ม ปนัดดา มีการส่งคลิปวิดีโอไปให้บุคคลหนึ่ง เป็นลักษณะการสอนเซ็นลายเซ็น ซึ่งทนายเดชาอ้างว่า มีหลักฐานตรงนี้ แล้วบุ๋ม ปนัดดา จะมาอ้างว่ามีการปลอมลายเซ็นได้อย่างไร ทั้งที่ตัวเองเป็นคนสอนให้เซ็นเอง
ส่วนข้อสงสัยเรื่องไทม์ไลน์ที่มูลนิธิฯสร้างเสร็จตั้งแต่ช่วงปี 2567 แล้ว แต่ยังมีการโอนเงินในปี 2569 อยู่เลย แล้วเส้นเงินนี้จะอ้างว่าเป็นการสร้างมูลนิธิได้อย่างไร ด้านทนายตั้ม เห็นด้วยเช่นกันว่า ข้อมูลไม่สอดคล้องกับหลักฐาน ดังนั้นต่อสู้คดีได้ยากมาก