วันที่ 5 พ.ย. เวลา 17.40 น. “บุ๋ม ปนัดดา” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างรอหมายจับ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบึงกุ่ม ระบุว่า มีหลากหลายอารมณ์ แต่ก็พยายามเตรียมความพร้อมใจของเรา และมีการฝากลูกไว้กับคุณยาย ซึ่งเราเป็นเสาหลักของบ้านก็พยายามดูแล ซึ่งก็เป็นห่วงลูก อายุ 4 ขวบกับ 2 ขวบ และแม่ที่มีอายุ 76 ปีจะดูแลกันยังไง ก็ยังเป็นห่วงและกังวลตรงนี้มากที่สุด ส่วนตัวเราก็พร้อมที่จะพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่ากังวลจะไม่ได้ประกันตัวใช่หรือไม่ ทนายเพชร บอกว่า ด้วยกระแสข่าวหรือตัวอย่างคดีที่ผ่านมาในลักษณะแบบนี้เราก็เข้าใจ แต่เราก็เชื่อว่าด้วยการแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา การยึดมั่นในหลักกฎหมาย รวมถึงการแสดงตัว ก็หวังจะได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและสิทธิตามกฎหมาย แต่หากศาลไม่อนุญาตเราก็ยินดีและพร้อมรับทุกอย่าง
เมื่อสื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับสังคม “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่า คงไม่มีคำอื่นนอกจากคำว่าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกอะไรแย่ ๆ หลายอย่าง ขอโทษกรรมการมูลนิธิด้วย ขอโทษคนที่รักและเชื่อมั่น ไม่มีคำอื่นนอกจากคำว่าขอโทษจริงๆ เพียงแต่ว่าอะไรที่ผิดบุ๋มก็ว่าไปตามผิด
เมื่อถามว่าวันนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” ยอมรับผิดคนเดียวเลยหรือไม่ ทนายเพชร ชี้แจงว่า คำว่าผิดเราไม่เคยปฏิเสธความผิดตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว แต่การผิดมีผิดหลายแบบ ผิดระเบียบผิดข้อบังคับ ผิดอยู่แล้ว ผิดที่จะต้องชดใช้มูลนิธิฯ ผิดอยู่แล้ว แต่ผิดอาญายักยอกหรือฉ้โกงก็ยังต้องดูข้อเท็จจริงอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิด นี่คือสิ่งที่เราบอกว่ายอมรับผิดคือยอมแบบนี้
เมื่อถามว่าวันนี้คนใกล้ชิด “บุ๋ม ปนัดดา” เดินทางไปแจ้งความหลายคนนั้น “บุ๋ม ปนัดดา”ชี้แจงว่า “เป็นสิทธิของเขา”
ส่วนประเด็นเรื่องเส้นเงินนั้น ทนายเพชร ชี้แจงว่า เป็นเรื่องพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทนายความเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ได้ ซึ่งเรื่องเส้นเงินตนก็แนะนำบุ๋มว่าต้องยอมรับความจริงทุกอย่าง และพูดความจริงกับตำรวจ
เมื่อถามว่าตั้งแต่ที่ตั้งมูลนิธิฯจนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องที่พลาดตั้งแต่แรกหรือไม่ “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่า “ไม่นะ” ก่อนที่ ทนายเพชร จะชี้แจงเพิ่มเติมว่า ความรู้สึกส่วนตัวของตน รู้สึกวส่าจากวันแรกก็คงเจตนาดี แต่หลังจากนั้นอาจจะเป็นแบบไหนอย่างไรก็ไม่กล้ายืนยันได้
ย้อนแย้งหรือไม่ที่ช่วงแรกบอกว่าไม่รู้แต่วันนี้บอกว่ายอมรับผิดนั้น ทนายเพชร ชี้แจง ว่า คำว่าผิดหรือไม่ผิดในความเข้าใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนที่บอกว่าไม่ผิดอาจจะคิดว่าเขาไม่ได้โกง แต่ถ้าผิดระเบียบผิดข้อบังคับ สิ่งที่เขาคิดว่าเขาไม่ผิดมันก็มีส่วนผิด ส่วนกรณีทนายเปิ้ลนั้น ตนก็เชื่อว่าเขาไม่ผิด แต่คิดว่าเราไม่ควรไปพูดอะไรเยอะ เพราะเมื่อเรื่องเป็นกระแสสังคมอยู่ เราพูดด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่มีใครฟัง
นอกจากนั้น “บุ๋ม ปนัดดา” ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “ในมุมของกำลังใจที่ยังมีให้มา ความเข้าใจ และหลายๆ คนที่ไม่ซ้ำเติม เป็นสิ่งที่อยากขอบคุณมากๆ ลูกสาวก็คอยให้กำลังใจตลอด เขาเข้มแข็งมาก”