เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2563 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ภายหลังเกิดเรื่องจำเป็นต้องทบทวนมาตรการการปฏิบัติงานให้มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์และแนวทางการควบคุมป้องกันโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ไม่ว่าจะเป็นด้าน โครงสร้างอาคาร บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การจัดการสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับชุมชน ซึ่งทางโรงพยาบาลคู่สัญญาต้องปฏิบัติการร่วมอย่างเคร่งครัด หลังจากนี้ ขอให้ ASQ จัดเตรียมอุปกรณ์ควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ และชุด PPE ให้เพียงพอ ที่สำคัญคือ บุคลากรทางการแพทย์ ต้องตระหนักและปฏิบัติตามแนวทาง ในการประเมิน คัดแยก และรักษาผู้ป่วย ต้องเข้มงวดเรื่องการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายก่อนเข้าไปตรวจเยี่ยม หรือทำหัตถการแก่ผู้เข้าพักกักตัวในห้องพัก และไม่ควรเข้าไปวัดอุณหภูมิหรือสัมผัสโดยตรง โดยไม่มีการป้องกัน
โดยรวมถึง ทบทวนกระบวนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและให้บริการผู้ป่วยโดยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสัมผัสกับผู้ป่วยน้อยที่สุด แล้วใช้การสื่อสารทางไกลให้เป็นประโยชน์เมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้ว ต้องถอด ชุด PPE ให้ถูกต้อง และหน่วยบริการควรให้มีจุดล้างมือและห้องอาบน้ำ ณ จุดถอด PPE ด้วย
สำหรับจำนวนสถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (ASQ) ขณะนี้ มีทั้งหมด 120 แห่ง จำนวน 15,253 ห้อง โรงพยาบาลคู่สัญญา 17 แห่ง และโรงแรมที่เข้าร่วม 120 แห่ง