นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาโรคทางเดินหายใจและวัณโรค ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า ตนได้มาปฏิบัติภารกิจพิเศษในโรงพยาบาล 2 แห่ง เพื่อรับมือกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในส่วนกรณีพบผู้ติดเชื้อที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร นั้นเห็นว่าสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ซึ่งมีทั้งแรงงานเมียนมาและคนไทย จากข้อมูลทีมสอบสวนโรคยังไม่รู้ที่มาที่ไปชัดเจน จึงยังไม่ใช่การระบาดในวงกว้างอะไร
แต่เป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าทางจังหวัดจะมีการตัดสินใจมาตรการอย่างไรขณะนี้ทราบว่ามีการล็อกดาวน์ห้ามเคลื่อนย้ายเข้าออกของแรงงานต่างด้าวแล้ว แต่ยังไม่สั่งล็อกดาวน์ในส่วนของคนไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณาว่า จะล็อกดาวน์คนไทยด้วยหรือไม่ เพราะคนติดเชื้อนั้นมีทั้งคนไทยและเมียนมา
ส่วนตัวอยากให้มีมาตรการสูงสุด คือการล็อกดาวน์ เพราะสเกลการติดเชื้อเป็นหลักสิบ สูสีกับการระบาดในรอบแรก จากหลักหน่วยเป็นหลักสิบและหลายสิบ แต่สิ่งสำคัญคือ ยังไม่รู้ที่มาที่ไปและอีกอย่างคือไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากนักซึ่งยังรับมือไหว ถ้ามีจำนวนที่มากขึ้นและเร็วกว่านี้ อาจจะเจอผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้นได้
ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงเรื่องการจัดกิจกรรม ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถ้าสถานการณ์แบบนี้อย่างน้อยในโซน จ.สมุทรสาคร และจังหวัดรอบ ๆ รวมถึง กทม.ไม่ควรมีกิจกรรม ที่มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมากเกินกว่า 50 คนขึ้นไป
ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดว่า เมื่อวานนี้ เป็นวันครบรอบ 9 เดือน นับจากวันที่ 19 มีนาคม ที่โรงเรียนแพทย์เสนอนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ดำเนินมาตรการเข้มข้นเพื่อจัดการการระบาดในระลอกแรก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ไทย จึงมีตัวเลขติดเชื้ออยู่ระดับหลักพัน และทุกคนช่วยกันทั้งประเทศอย่างเต็มที่เพื่อจัดการระลอกแรกได้ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับความจริงว่า สถานการณ์ มีความเสี่ยงมากที่จะเกิดการระบาดซ้ำ เนื่องจาก มีเคสติดเชื้อในประเทศหลากหลายรูปแบบ หลายเคสหาต้นตอไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหา การลักลอบเข้าเมืองอีกจำนวนไม่น้อย
ล่าสุดของเคสติดเชื้อที่ตลาดกุ้ง หากวิเคราะห์ตามหลักระบาดวิทยาแล้ว เหมือนเป็นปรากฏการณ์ swiss cheese phenomenon คือ รูของเนยแข็งมาเรียงตรงกันพอดี ทั้งในแง่ ของตัวผู้ติดเชื้อที่ดูจะมีประวัติไม่ค่อยได้ใส่หน้ากากป้องกัน ทำอาชีพที่ต้องพบปะคนเยอะ ทั้งคนงานและคนที่มาซื้อของ นอกจากนี้ ในแง่ของเชื้อที่มีนั้นมีปริมาณมาก โอกาสแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นย่อมสูง และในแง่ของสิ่งแวดล้อม ที่มีโอกาสแออัด และมีการจับต้อง สิ่งของสาธารณะต่างๆ ร่วมกันได้มาก
จำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานกันมาดูเพิ่มขึ้นจากเดิม และยังไม่รู้ว่าจะจบลงที่ตัวเลขเท่าใด ลักษณะแบบนี้จัดเป็น การแพร่ในวงกว้างหรือ ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (SSEV-superspreading event) ที่ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วน และเข้มงวด สถานการณ์เช่น นี้ควรพิจารณาคัดกรอง คนเข้าออกพื้นที่จังหวัด รณรงค์ให้เลี่ยงการเดินทางเข้าออกโดยไม่จำเป็น ใส่หน้ากาก 100% และให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่สังเกตอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการเร่งตรวจคัดกรองโควิดวงกว้าง เน้นการตรวจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้