เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2564 โลกออนไลน์มีการแชร์โพสต์ภาพผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งครอบครัว โดยผู้โพสต์คือนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ระบุว่า ไปเยี่ยมลูกบ้านสายไหมมา เคสนี้เริ่มจากติดหนึ่งคน ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่โรงพยาบาลไม่รับรักษา บอกว่าเกินศักยภาพของหมอ โยนไปโยนมา ผ่านไป 10 วัน ตอนนี้ทางบ้าน 6 คนติดหมด
ทีมข่าว PPTV ประสานขอพูดคุยกับครอบครัวนี้ และได้พูดคุยกับ นางสาวกัลยาณี เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เริ่มจากพ่อของตนไปรับประทานอาหารนอกบ้านกับเพื่อน จากนั้นก็ป่วย จึงไปตรวจ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่โรงพยาบาลแจ้งว่า ไม่มีเตียงพอสำหรับคนไข้จึงให้กลับมากับตัวที่บ้าน ยืนยันว่าปฏิบัติตัวตามมาตรฐานทุกอย่าง แต่ระหว่างที่พ่อรับเชื้อและยังไม่ได้เข้ารับการตรวจ ลูกของตนคิดว่าปู่เป็นไข้ธรรมดาจึงเช็ดตัวให้ จึงคิดว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อกันทั้งครอบครัว และยังทำให้เพื่อนบ้านติดเชื้อโควิด-19 ไปด้วย จำนวน1 คน เพราะเป็นเพื่อนบ้านที่นำอาหารมาส่งให้
โดยยืนยันว่าหมอที่รักษา แจ้งเองว่าโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพในการรักษา หากติดต่อโรงพยาบาลไหนได้ ให้ไปรักษาโรงพยาบาลนั้น แต่หลังจากที่เป็นข่าวในโซเชียล ล่าสุดได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเข้ามารับครอบครัวเธอไปรักษาแล้ววันนี้
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วยส.ส.เขตสายไหม เปิดเผย ว่าขณะนี้เขตสายไหมมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 200 คน ซึ่งมากกว่า 50 คนไม่ ได้รับการรักษา เนื่องจากมีเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอ มองว่าการทำงานของภาครัฐอย่างล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพ พร้อม พร้อมกับเสนอแนะว่าหมอทีมแพทย์ควรยอมรับความจริงว่าไม่มีศักยภาพเพียงพอ และควรคัดแยกผู้ป่วยที่อาการหนักไปอยู่โรงพยาบาล
ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะครอบครัวล่าสุดที่เจอปัญหาในการเข้าสู้ระบบการรักษาหลังติดเชื้อโควิด-19 ยังมีกรณีที่เป็นข่าวก่อนหน้าที่ คือ ครอบครัวนางวนิดา และ นายสุรพล ที่อยู่ภายในซอยสายไหม 23 และสมาชิกในบ้านทั้งหมด 4 คน ติดเชื้อโควิด ประกอบด้วย นายวนิดา นายสรุพลที่เป็นสามีภรรยากัน ลูกชาย และแม่ของนางวนิดา โดยหลังกลายเป็นข่าวว่า มีเพียงคนเดียวคือแม่ของนางวนิดา ได้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่อีก 3 คน ไม่ได้ไป จนลูกชายของนายสุรพลและนางวนิดามีอาการหนัก เมื่อเป็นข่าวและมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์เอราวัณมารับถึงกับทำให้นายสุรพล ก้มลงกราบรถฉุกเฉิน และอีกกรณีคือที่เป็นข่าวคือแม่อุ้มลูกติดโควิดไลฟบุ๊ก ตัดพ้อถึงการถูกปฏิเสธการรักษา เมื่อวันที่ 12 เมษายน โดยน่าสังเกตุว่า ทั้ง 3 กรณีนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่สายไหม
ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในกรุงเทพมหานครมีปัญหาเรื่องการจัดการเตียง เพราะจำนวนผู้ป่วยจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งพยายามแก้ไขอยู่
โดยสายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน -18 เมษายน มีคนโทรเข้ามาหาเตียง 1,204 คน ในจำนวนนี้ได้เตียงแล้ว 627 คน ส่วนที่เหลือ 509 คน ได้จัดระดับสี เป็นสีเขียว ไม่มีอาการ 362 คน สีเหลือง 141 คน และสีแดง 6 คน ทยอยแบ่งส่งตัวไปรักษาใน Hospitel โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล รัฐ และเอกชน
ทั้งนี้คาดว่า ในช่วง 2 วันนี้จะสามารถจัดการหาเตียงให้กับผู้ป่วยได้ทุกคน อย่างไรก็ตามมีข้อมูลว่า ผู้ป่วยเกณฑ์สีเขียวที่ไม่มีอาการ บางคนปฏิเสธการรักษา จึงขอย้ำว่า ผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลตามระบบ ปฏิเสธไม่ได้
ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แนะนำว่า ผู้ป่วยโควิดที่ยังอยู่ระหว่างการหาเตียง ต้องพยายามอยู่คนเดียวในห้องส่วนตัวให้มากที่สุด หากจำเป็นต้องคุยกับคนในบ้าน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย และอยู่ห่างอย่างน้อย 1 เมตร ส่วนมารดาที่จำเป็นต้องให้นมบุตร ให้ได้ แต่ต้องใส่หน้ากากอนามัย //ทั้งนี้ให้หมั่นสังเกตอาการ หากเหนื่อย หอบ ไข้สูงลอย ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลทันที
ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีนโยบาย จะให้ผู้ติดเชื้อกักตัว รักษาเองที่บ้าน เพราะเตียงที่เตรียมไว้ทั้งในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามยังเพียงพอต่อผู้ป่วย ผู้ป่วยทุกคนจึงต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนจะอยู่โรงพยาบาลสนาม หรือ โรงพยาบาล แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามอาการ โรงพยาบาลที่มีเตียง มีอุปกรณ์การแพทย์ครบถ้วน ก็สำรองไว้สำหรับผู้มีอาการปานกลาง อาการหนัก หรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าเป็นผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย ไม่สำแดงอาการมาก ก็ต้องไปอยู่โรงพยาบาลสนาม ตามกฎหมาย ปฏิเสธไม่ได้นะครับ ถ้าปฏิเสธอาจมีไปตีความไปทำผิดกฎหมาย ซึ่งมันก็ไม่ดี
ทั้งนี้ นายอนุทิน ยอมรับว่า การบริหารจัดการเตียง ใน กทม.ยาก และซับซ้อนที่สุด เพราะเป็นเมืองใหญ่ ไม่เหมือนในต่างจังหวัด ยืนยันว่าผู้ป่วยติดเชื้อทุกคนต้องได้พบแพทย์อยู่บ้านไม่ได้ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้ไม่อยากนำเรื่องข้อกฎหมายมาขู่ผู้ป่วย เพราะเข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด และถือเป็นเวลาที่ต้องช่วยเหลือ และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ด้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องขอความเข้าใจประชาชน หลายคนอยากอยู่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน แต่เตียงไม่พอ ต้องรักษาเตียงไว้ให้ผู้ป่วยอาการหนักก่อน จึงได้ตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา และพร้อมจะตั้งใหม่เพิ่ม ขอให้เข้าใจ จะไปดึงดันเข้าโรงพยาบาลรัฐเอกชนอย่างเดียวคงไม่ได้ และขอบคุณเอกชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ เราจะต้องข้ามผ่าน โควิด ไปให้ได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน
อย่างไรก็ตามหากดูตามเอกสารของกรมการแพทย์ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ พบว่า มีการเตรียมพร้อมแนวทางกักตัวผู้ป่วยโควิด ที่บ้านไว้แล้ว แม้จะยังไม่ประกาศให้ทำได้ โดยผู้ป่วยโควิดที่จะกักตัวที่บ้านได้ จะต้อง เป็น ผู้ป่วยไม่มีอาการ ร่างกายแข็งแรง อายุไม่เกิน 40 ปี พักอาศัยอยู่กับผู้อื่นไม่เกิน 1 คน ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีโรคอื่นร่วมด้วย ทั้ง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ไตเรื้อรัง หัวใจ-หลอดเลือด หลอดเลือดสมองเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และ โรคอื่นๆตามดุลยพินิจแพทย์ รวมถึงต้องยินยอมแยกกักตัวในที่พักของตัวเอง ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ เป็นแค่แผนการเตรียมการ ยังไม่อนุญาตให้ใช้จริง เพราะ ปัจจุบันหายพบว่าติดเชื้อจะต้อวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และ hospital ขึ้นอยู่กับแพทย์วินิจฉัยอาการ