จากกรณีพบผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนโควิดกับประชาชนทั่วไป ตลอดจน นักศึกษาแพทย์และอาจารย์ ล่าสุด ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต คณะแพทศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมากล่าวถึง ปฏิกิริยาที่เกิดกับร่างกายของบุคคลแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันเรียกว่า Immunization Stress Related Response (isrr) หรือ ปฏิกิริยาเครียดสนองตอบต่อการฉีดวัคซีน
ศ.ดร.นพ.วิปร อธิบายว่า ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะมนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ในบางคนเมื่อเกิดความเครียดต่อการฉีดวัคซีน ก็จะไปกระตุ้นระบบภายในร่างกายของเรา บางคนไปกระตุ้นระบบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ stress hormone ทั้งหลาย เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล กระตุ้นระบบประสาท ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพราะฉะนั้น ปฏิกิริยาแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ฉีดวัคซีนแกล้งทำ แต่เป็นปกิริยาของคนแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
ปัจจุบันมีข้อแนะนำว่าหลังฉีดวัคซีนจึงต้องดูอาการ 30 นาที อาจมีปฏิกิริยาแบบนี้เกิดขึ้น เช่น อ่อนแรง ชา ตามัว หรืออาจจะมีวิงเวียน อาเจียน ทีมแพทย์และทีมบุคลากรจะเข้ามาช่วยประเมิน ว่าเป็น ปฏิกิริยาเครียดสนองตอบต่อการฉีดวัคซีน (isrr) หรือเปล่า หรืออาจจะมีปฏิกิริยาร้ายแรงกว่านั้น เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน เลือดออกเพราะเกร็ดเลือดต่ำ แต่ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นน้อยมากๆ แม้ในต่างประเทศก็ตาม
ดังนั้น ศ.ดร.นพ.วิปร หมอจึงแนะนำให้มีการเตรียมตัวรับมือกับอาการ ปฏิกิริยาเครียดสนองตอบต่อการฉีดวัคซีน (isrr) คือ
แบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือ
1.อาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการฉีดวัคซีน (อาจเกิดจากตัววัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีนก็ได้ หรือเกิดจากปฏิกิริยาร่างกายของผู้รับวัคซีนซึ่งเป็นกระบวนการภายในของบุคคลแต่ละคนไม่เหมือนกัน แบ่งได้อีก 2 แบบคือ
1.1 แบบเฉพาะที่ เช่น เจ็บตำแหน่งฉีด บวมแดง
1.2 แบบเป็นระบบ เช่น มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ง่วง มีหลายวิธีดูแล เช่น ทานยาลดไข้ นอนพัก ดื่มน้ำ ทายาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ
และ 2.การแพ้วัคซีน คล้ายคนแพ้อาหารทะเล
ไม่ใช่แค่ไทย ยกข้อมูลต่างประเทศ (บราซิล) หลังฉีดซิโนแวค
จะเห็นว่าปฏิกิริยาที่เป็นผลแทรกซ้อนระหว่างวัคซีนจริง กับ วัคซีนหลอก แทบไม่แต่กต่างกัน คือ คนที่ฉีดยาหลอก มีอาการเวียนหัว อ่อนแรง ชา ได้ และเมื่อมาเปรียบเทียบภาวะแทรกซ้อน ทั้ง แบบเฉพาะที่ และ แบบเป็นเชิงระบบ พบว่า แบบเฉพาะที่วัคซีนจริงมีอาการเจ็บมากกว่า แต่ในเชิงระบบ เรื่องอาการปวดหัว ไม่ได้แตกต่างกัน
นอกจากนั้นแล้ว เส้นกราฟของรูปด้านบน พบว่า ประสิทธิภาพขั้นต้น เส้นสีน้ำเงิน คือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกฉีดโดยวัคซีนหลอก (น้ำเกลือ) มีอาการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วน เส้นสีแดง คือ คนที่ได้รับวัคซีนจริง จะเห็นว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการลดการเกิดอาการได้ 50.7% ขณะเดียวกัน คนที่ติดเชื้อมีอาการระดับที่ต้องให้ออกซิเจน ป้องกันความรุนแรงของอาการได้เกือบ 84% และผู้ป่วยอาการถึงขึ้นต้องเข้าไอซียูป้องกันความรุนแรงได้ 100%
ผลการทดลองนี้ สะท้อนให้เห็นว่า วัคซีนสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่ามีประสิทธิภาพในเชิงของการป้องกัน คือ ถ้าติดเชื้อแล้วภูมิต้านทานที่ถูกสร้างขึ้นจากการฉีดวัคซีนเพียงพอที่จะมาทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสไม่ให้ลุกลาม รุนแรง ในระดับที่ต้องเข้าไอซียู หรือ ใช้เครื่องช่วยหายใจได้