ผลการตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไววัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาจากคนไทยทั้งหมด 61 คน หลังได้รับเข็มแรกแล้ว 1 เดือน โดยจะเห็นได้ว่า แท่งสีเหลืองที่เป็นภูมิคุ้มกันของผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ตรวจวัดภูมิต้านทานได้ 96.7 เปอร์เซนต์ ส่วนแท่งสีฟ้าข้าง ๆ กัน เป็นการตรวจวัดภูมิต้านทานในผู้ป่วยที่หายจากการการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 4-8 สัปดาห์ จะพบภูมิคุ้ม 92.4 เปอร์เซ็นต์
นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังระบุว่า ผลการศึกษาภูมิต้านทานที่พบในผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชาย และคนที่อายุน้อยกว่า 60 ปี จะมีระดับภูมิต้านทานสูงกว่าผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น จึงสรุปได้ว่าการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเพียงแค่เข็มเดียว ระดับภูมิต้านทานที่ตรวจวัดได้ก็เป็นที่น่าพอใจ
ผลการศึกษาภูมิต้านทานหลังฉีด ซึ่งได้ผลภูมิคุ้มกันในระดับที่สูง นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขปรับแผนการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา โดยปูพรมฉีดให้ทุกคนในประเทศ คนละ 1 เข็มไปก่อน เหมือนที่ประเทศอังกฤษเคยทำมาแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อพบการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ จนมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่เมื่อฉีดวัคซีนให้ทุกคนเข็มเดียวก่อน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด หากไทยทำตามโมเดลของอังกฤษก็จะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น
โดยจำนวนวัคซีนของแอสตราเซเนกาที่ไทยจะทยอยได้รับจนครบ 61 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ธันวาคม หากปูพรมฉีดให้ทุกคนก่อนคนละ 1 เข็ม นายแพทย์มนูญแบ่งสรรปันส่วนจำนวน 57 ล้านโดส สำหรับคนไทยที่มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป ส่วนที่เหลือ 4 ล้านโดส นำไปฉีดให้แรงงานข้ามชาติ และชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย และหากหามาเพิ่มได้ค่อยฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โดยจะให้ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังก่อน ทั้งนี้หากวัคซีนแข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 คนละชนิดกัน จะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่ นายแพทย์มนูญระบุว่า สามารถฉีดได้ และจะช่วยทำในภูมิคุ้มกันสูงขึ้นด้วย
ด้านนายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เห็นความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนกาในประเทศไทย ล่าสุดตัวอย่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนกาที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนกาทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชุดแรกให้แก่รัฐบาลไทยเร็ว ๆ นี้