“จตุพร” แนะ อพยพ "ผู้ต้องขัง" หนีโควิด-19

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มีข้อเสนอการแก้ปัญหาคลัสเตอร์โควิดในเรือนจำ ที่พบผู้ติดเชื้อ เกือบ 3000 คน จาก จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ซึ่งเคยต้องโทษ เข้าอยู่ในเรือนจำ อย่างน้อย 4 ครั้ง มองว่า สิ่งที่กรมราชทัณฑ์ควรทำมากที่สุดตอนนี้ คือ แยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ รวมถึง ดูแลกลุ่มผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัวและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเปราะบางในเรือนจำ เพราะ กังวลว่า หากกลุ่มนี้ติดเชื้อจะเกิดการสูญเสียจำนวนมาก

ทีมข่าวพีพีทีวี สัมภาษณ์พิเศษ  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ  นปช. ในฐานะที่เคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ อย่างน้อย 4 ครั้ง  มีข้อเสนอเรื่องการพบผู้ติดโควิดในเรือนจำ เกือบ 3000 คน 

กรมราชทัณฑ์ ควรแยกผู้ติดเชื้อและผู้ที่ไม่ติดเชื้อออกจากกัน เพราะ ความเป็นอยู่ในเรือนจำแต่ละแห่งค่อนข้างแออัด อย่างเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งตอนนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,795 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 3,274 คน หรือคิดเป็น มากกว่า ครึ่งของผู้ต้องขังทั้งหมด  

โดย นายจตุพร เสนอว่า ควรย้าย ผู้ต้องขังที่ปลอดเชื้อออกจากเรือนจำ และ ใช้เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เป็นสถานกักกันโรคชั่วคราว 

ส่วนที่ ทัณฑสถานหญิงกลาง พบการติดเชื้อแล้ว 1,040 คน จากจำนวนผู้ต้องขัง 4,485 คน ที่นี่ นายจตุพร บอกว่า จำนวนคนที่ติดเชื้อน้อยกว่า ดังนั้นควรย้ายผู้ติดเชื้อไปรักษาตัวที่อื่น เพราะหากปล่อยให้อยู่ร่วมกันที่เดิม อาจแพร่เชื้อเพิ่มจำนวนผู้ป่วยได้อีก

แนวทางนี้ไม่ต่างจากมาตรการ “บับเบิ้ล แอนด์ ซีล” ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ในจ.สมุทรสาคร และ เรือนจำหลายพื้นที่ ทั้ง เรือนจำนราธิวาสและเรือนจำเชียงใหม่  แต่ความยากของการระบาดที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ ทัณฑสถานหญิงกลาง คือ ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก นี่เป็นเหตุผลที่ นายจตุพร เสนอให้ แยก ผู้ติดเชื้อกับผู้ไม่ติดเชื้อออกจากกัน โดยใช้การย้ายเรือนจำ

แต่เมื่อทีมข่าวพีพีทีวีดูข้อมูลข้างเคียง พบว่า เรือนจำที่อยู่ใกล้เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ ทัณฑสถานหญิงกลาง ก็มีจำนวนผู้ต้องขังสูงมากเช่นเดียวกัน เช่น เรือนจำกลางบางขวาง ข้อมูลเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีผู้ต้องขัง 5627 คน  เรือนจำกลางคลองเปรม 8,234 คน  เรือนจำพิเศษมีนบุรี  3,842 เรือนจำพิเศษธนบุรี 4,169  ทั้งหมดอยู่ในสถานะเรือนจำข้างแออัด

ส่วนสาเหตุที่โควิดระบาดในเรือนจำได้อย่างไร  นายจตุพร มองว่า แม้จะมีการแยกกักกัน 14 วัน 21 วัน ตามที่กรมราชทัณฑ์ ระบุ แต่เมื่อครบกำหนดและผู้ต้องขังเข้าไปอยู่ในแดนอื่น

เมื่อมีคนที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการเข้าไป ก็ทำให้การแพร่ระบาดโควิด ลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะ กิจวัตรประจำวันภายในเรือนจำ ทุกอย่าง เข้าข่ายความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิดมาก ทั้งการ กิน การอยู่ การนอน เนื่องจากภายในเรือนจำมีความแออัดสูง  แม้กรมราชทัณฑ์จะออกมาบอกว่า ยอดรวมผู้ต้องขังลดลงจากที่ผ่านมามากแล้วก็ตาม  

ทีมข่าวพีพีทีวี ย้อนไปดูแนวทางเรือนการย้ายผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ พบว่า เคยเกิดขึ้นหลายขังในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น ปี 2563 ที่ เรือนจำบุรีรัมย์ พบ ผู้ต้องขังเผาเรือนจำ เพราะ กังวลเรื่องการแพร่ระบาดโควิด ในช่วงการระบาดรอบแรก  ตอนนั้น กรมราชทัณฑ์ สั่งย้ายผู้ต้องขังกว่า 2200 คนไปอยู่เรือนจำใกล้เคียงหลายแห่ง ใช้เวลา รวม 12 ชั่วโมง

ตอนนั้น กรมราชทัณฑ์แบ่งการดำเนินการออกเป็น ขั้นตอนการคัดแยกผู้ต้องขัง จากนั้น ทยอยนำผู้ต้องขังออกมานอกเรือนจำ โดย “นับจำนวน” และใช้กำลังตำรวจ ทหาร ดูแลความปลอดภัย โดยรอบ  จากนั้น ใช้รถคุมขังทยอยย้ายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำปลายทางที่กำหนด ก่อนจะแจ้งให้ญาติผู้ต้องขังแต่ละคนรับทราบว่า ผู้ต้องขังแต่ละคน ไปอยู่ที่ไหน

แนวทางนี้ น่าสนใจแต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ต้องมั่นใจว่า ผู้ต้องขังที่ขนย้ายไปไม่ติดเชื้อโควิด เพราะ หากมีคนใดติดเชื้อ อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาด ที่เรือนจำแห่งใหม่เพิ่มเติม 

นายจตุพร ยังบอกอีกว่า กลุ่มที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดในการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำ คือ กลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ต้องขังสูงอายุ อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป และ ผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิต ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งหมดจะถูกรวมไว้ที่แดน 1  นายจตุพร เชื่อว่า จะเกิดการสูญเสียมากหากคนกลุ่มนี้ติดเชื้อโควิด

นอกจากนี้ ยังเสนอว่า ควรเร่งระบายผู้ต้องขังโทษสถานเบา ผู้ต้องขังที่ใกล้จะได้รับการปล่อยตัวโดยหันไปใช้มาตรการติดกำไลอีเอ็ม และชะลอการฝากขังผู้ต้องขังรายใหม่ เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า แม้ในเรือนจำจะมีการแยกแดน แต่ ระบบการส่งอาหาร จะมีโรงครัวแห่งเดียว ทำอาหารแล้วกระจายไปยังแดนต่างๆ  หรือ ระบบการทิ้งขยะ ที่ผู้ต้องขังทุกแดนจะมีความเชื่อมโยงกัน มองว่า สิ่งเหล่านี้ เป็นพาหะที่จะนำเชื้อโรคกระจายไปอย่างทั่วถึง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ