วันนี้ 16 พ.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ Bonnie Pacala Brereton” ซึ่งเป็นหญิงสูงอายุชาวสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความว่า “I’am 79 and I want to get vaccinated ASAP, but I don’t have a pink card , a house , or a Thai spouse. Can anybody Help me?” (“ฉันอายุ 79 ปีและต้องการรับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว แต่ฉันไม่มีบัตรสีชมพูบ้านหรือคู่สมรสที่เป็นคนไทย มีใครช่วยฉันได้บ้าง” )
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์เป็นหญิงชาวอเมริกัน ชื่อว่า Bonnie Pacala Brereton อายุ 79 ปี หญิงคนนี้บอกว่าใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยมากว่า 18 ปีแล้ว และ มีความผูกพันกับประเทศไทย เพราะเข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี2508 เข้ามาทำงานเป็นอาสาสมัครพร้อมกับทำงานวิจัยควบคู่ไปด้วยเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะกลับไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาอยู่เมืองไทยอีกครั้งเมื่อ 18 ปีที่แล้ว
ขณะนี้ตนเองทำงานเป็นบรรณาธิการของวารสารมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่มาอาศัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากว่างานที่ตนเองทำสามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้
ส่วนข้อความที่โพสต์ออกไป เพราะว่าตนเองไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยได้ เนื่องจากไม่ใช่พลเมืองไทย มีเพียงพาสปอร์ตและใบอนุญาตทำงานเท่านั้น จึงมีความกังวลว่าจะไม่ได้รับวัคซีนไวรัสโควิด-19 จากรัฐบาลไทย
สปสช. เตรียมเงิน 100 ล้านบาท เยียวยาอาการแพ้วัคซีนโควิด-19
นอกจากนี้ตนเองยังประสบปัญหาในการลงทะเบียนผ่านช่องทางหมอพร้อมเนื่องจากไม่สามารถโหลดติดตั้งแอปพลิเคชันได้ และ การประชาสัมพันธ์ให้ไปเดินทางไปลงทะเบียนตามสถานที่ที่ทางหน่วยงานของทางการไทยจัดไว้ยากลำบากมาก ตนเองอาศัยอยู่ในย่านถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สองวันที่ผ่านมา 2 วันที่ผ่านมา แทบไม่มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการตามท้องถนน
Bonnie บอกว่า อยากให้ทางการไทยช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลรายละเอียดกับชาวต่างชาติในประเทศไทย ว่าจะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่ไหน ช่วงเวลาไหน และอย่างไร ให้ชัดเจน ตนเองเชื่อว่ายังมีชาวต่างชาติในประเทศไทยอีกหลายคนประสบปัญหาเดียวกัน เพราะชาวต่างชาติกลุ่มนี้ จะแตกต่างจากชาวต่างชาติที่มีภรรยาหรือสามีเป็นคนไทยที่จะสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์การฉีดวัคซีนได้เหมือนกับคนไทย
ที่ออกมาพูดไม่ได้อยากฉีดวัคซีนก่อนคนไทย ตนเองเข้าใจระบบการจัดสรรวัคซีนของประเทศไทย แต่อยากให้ทางการไทยประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน
คนขับรถเมล์-เรือสาธารณะ เข้ารับวัคซีนโควิด ด้านผู้ว่าฯกทม. ยังไม่เคาะ “Walk in”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กับพลเมืองสหรัฐฯ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คอยติดตามข่าวสารการรับวัคซีนกับทางหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ เนื่องจากว่าการฉีดวัคซีนในประเทศไทยทางรัฐบาลไทยเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
สำหรับในอนาคตทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จะมีการช่วยเหลือพลเมืองสหรัฐในประเทศไทยอย่างไร จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง