จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุก่อนหน้านี้ การวอล์กอินฉีดวัคซีน จะเกิดขึ้นโดยปริยายเมื่อคนที่ลงทะเบียนไม่ได้มาฉีด เนื่องจากวัคซีนถูกนำออกมาเปิดแล้วจะไม่สามารถนำกลับไปเก็บได้ ล่าสุดทีมข่าว PPTV ได้พูดคุยกับผู้บริหารห้องเย็นที่ใช้เก็บวัคซีน ยืนยันว่า วัคซีนโดยเฉพาะแอสตราเซนเนกา หากเปิดขวดแล้วไม่สามารถนำกลับไปเก็บได้อีกต้องฉีดให้หมด
คุณธนานันต์ สุวรรณโพธิ์รุ่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัทธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด บริษัทที่ให้บริการตู้แช่วัคซีน เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ผ่านทางวิดีโอคอลว่า ขั้นตอนการเก็บรักษาวัคซีนตั้งแต่ออกจากโรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงคลังหรือโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด ทุกกระบวนการจะต้องใช้ความเย็น 2-8 องศาเซลเซียส ในการเก็บรักษาวัคซีนให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนนำออกมาฉีดให้ประชาชนก็ยังคงต้องเก็บรักษาให้วัคซีนอยู่ในความเย็นที่กำหนด
โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีกล่องสีฟ้าที่ด้านในบรรจุคูลเจลรักษาอุณหภูมิเพื่อนำวัคซีนมาเก็บไว้หลังจากนำออกจากตู้แช่ ก่อนที่จะนำออกมาใส่ไว้ในกล่องโฟมที่มีน้ำแข็งควบคุมควาเย็นตามจำนวนโดสที่จะฉีดให้กับประชาชน ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีระบบดาต้าล็อกเกอร์เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่วัคซีนซิโนแวคจะใช้ฉีดให้กับประชาชน 1 ขวดต่อ 1 โดส แต่แอสตราเซนเนกา 1 ขวด จะฉีดได้ประมาณ 11-12 โดส หากเปิดขวดออกมาแล้วฉีดไม่หมด เจ้าหน้าที่ก็จะนำไปเก็บไว้เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพวัคซีนย้อนหลัง แต่จะไม่สามารถนำกลับมาฉีดให้กับประชาชนได้อีก
คุณ ธนานันต์ ยังบอกอีกว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าการที่ไม่สามารถนำวัคซีนแอสตราเซนเนกาที่เปิดขวดแล้วกลับมาใช้อีกเนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนอาจเปลี่ยนไปหรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเจือปนในวัคซีนได้ การเปิดใช้วัคซีนแอสตราเซนเนกา ส่วนใหญ่เมื่อเปิดฉีดให้กับประชาชนแล้วก็จะต้องฉีดให้หมดขวด