จากกรณีเกิดการตั้งคำถามถึงการฉีดวัคซีนโควิด แอสตร้าเซเนก้า 1 ขวด สามารถแบ่งเป็นวัคซีน 12 โดสได้หรือไม่ ส่งผลต่อปริมาณวัคซีนที่ฉีดเข้าร่างกาย จะมีปริมาณน้อยกว่าที่กำหนดเพียงต่อสร้างภูมิคุมกันโควิดหรือไม่ ล่าสุด นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการตั้งคำถามประเด็นการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ใน 1 ขวดให้ได้ 12 โดส สามารถทำได้หรือไม่ และจะทำให้ผู้รับได้วัคซีนน้อยกว่าปริมาณที่กำหนดหรือไม่
นพ.โอภาส กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่ประเด็นอะไร เนื่องจาก วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ตามกลไกผลิตของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนฯ ใน 1 ขวด จะบรรจุวัคซีนในขวดเผื่อไว้ประมาณ 20-30% โดยวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 1 ขวด บรรจุวัคซีนมา 6.5 ซีซี แต่เวลาฉีด 1 โดส จะใช้ปริมาณ 0.5 ซีซี ดังนั้น 1 ขวดจะฉีดไป 5 ซีซี และมีวัคซีนที่เขาเผื่อมาอีกขวดละ 1.5 ซีซี การฉีด 11-12 โดสต่อขวด จึงสามารถทำได้
นพ.โอภาส กล่าวว่า วิธีการฉีดจะใช้เข็มพิเศษ เรียกว่า Low Dead Space Syringes ทำให้การสูญเสียวัคซีนในปลายหลอดลดลง โดยเราอบรมพยาบาลดึงวัคซีนเป็นอย่างดี ด้วยเทคนิคการดึงยาที่มีความแม่นยำ ซึ่งที่ผ่านมาเขาสามารถดึงยาได้ 11-12 โดสต่อขวด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
"องค์การอนามัยโลก ก็เห็นว่า สามารถทำได้และเกิดประโยชน์ ทั้งนี้การฉีดวัคซีนให้ได้เพิ่มเป็น 11-12 โดส จะทำให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น" นพ.โอภาส กล่าว
นพ.โอภาส กล่าวด้วยว่า การฉีดวัคซีนให้ได้จำนวนประชากรที่มากขึ้น จะทำให้เราสร้างภูมิคุ้มกันระดับหมู่ได้เร็วขึ้น ตนมั่นใจว่าวัคซีนที่เพิ่มมา 20% ในแต่ละขวด จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก และขอให้ประชาชนมั่นใจในความสามารถของบุคลากรแพทย์พยาบาลผู้ฉีดวัคซีน ทุกคนผ่านการอบรมและฝึกซ้อมดึงยา มาเป็นอย่างดี
ด้านนายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะ
"ท่านรองนายกได้คุยปรึกษามา วัคซีนเป็นแบบขวด ขวดละ 10 dose (multiple dose) และในแต่ละขวดจะบรรจุวัคซีนเกินมา (บรรจุมาประมาณ 6.5 ml) แต่ละโดส ใช้ 0.5 ml และมีการดูดและเผื่อติดหัวเข็มบ้าง หัวเข็มที่ไม่มี dead space ขณะนี้หายากหรือไม่มี วัคซีนบ้านเราก็หายาก และต้องการฉีดให้ได้มากคน ส่วนที่เหลือถ้าดูดได้สามารถมาใช้กับคนต่อไป หรือเอามารวมกันให้ครบโดสและให้คนต่อไปได้ เช่นเดียวกับ mRNA วัคซีน ในอเมริกา ก็ยอมรับเอาส่วนที่เหลือมารวมให้กับคนต่อไปได้
ในกรณีขวดละหลายโดส การเตรียมจะต้องระวังเรื่องความสะอาด สามารถดูดใช้ในทุกคนได้เลยในเวลาเดียวกัน ดีที่สุด เพราะถ้าเหลือเก็บ และทิ้งไว้นาน กลัวจะปนเปื้อน เชื้อโรค
ประสบกาณ์ ผมกับวัคซีน การดูดมา 0.5 cc หรือให้วัคซีนที่ใช้กับเด็ก เราดูดจากขวด และลดการสูญเสียของยาที่เหลือติดหลอด (dead space) เราสามารถทำได้ โดยให้มีฟองอากาศเล็กน้อย แล้วไล่อากาศชนิดให้ฟองอากาศลอยอยู่บนหลอด syringe และเวลาฉีดที่แขนให้ผู้ถูกฉีดมือเท้าสะเอว และการปักเข็ม จะมีฟองอากาศลอยอยู่บนและดันยาจนหมด ให้ฟองอากาศไปแทนที่ใน dead space ก็จะได้ยาหมดตามจำนวนแน่นอน ไม่เหลือติดเข็ม การทำดังกล่าวต้องอาศัยความชำนาญ
การฉีดยา เวลาดึงเข็มออก บางครั้งจะมีน้ำยาไหลตามรูที่ฉีดออกมา วิธีการป้องกันคือฉีดแบบ Z เทคนิค คือใช้นิ้วข้างหนึ่ง โดยมากผมจะใช้นิ้วหัวแม่มือของข้างซ้ายดันผิวหนังให้เคลื่อนลงมา เพียงใช้นิ้วชี้เกาะไว้เฉย ๆ แล้วเมื่อดึงเข็มออก ปล่อยหัวแม่มือ ผิวหนังที่ถูกดึงให้เลื่อนออกมา จะเลื่อนไปปิดรูที่ฉีด (เราฉีดเข้ากล้าม) ผิวหนังเคลื่อนที่ได้อยู่แล้ว จะเคลื่อนไปปิดตำแหน่งรูที่กล้ามเนื้อเอง
ในการฉีดวัคซีนไม่มีความจำเป็นต้องดึงหลอดฉีดยาหรือทอสอบว่าเข้าเส้นเลือดหรือไม่ (ไม่ต้อง draw back) เมื่อเข็มปักเข้ากล้ามเนื้อแล้ว เดินยาได้เลย เพียงสังเกตที่หัว syringe ทุกครั้งว่ามีเลือดย้อนมาที่หัว syringe หรือไม่ก็พอ เพราะตำแหน่งที่เราฉีดไม่มีเส้นเลือดใหญ่อยู่แล้ว อ้างอิงจากหนังสือ Vaccine เล่มนี้ได้เลย
หนังสือ เล่มนี้ใน edition ใหม่ ผม และ อ.พญ.ณศมน วรรณลภากร จะร่วมกับต่างประเทศอีก 2 คน คือจากอิสราเอลและอเมริกา ร่วมกันเขียน วัคซีน 1 บท คือ ไวรัสตับอักเสบ บี วัคซีนเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เขียนตำราระดับโลก
#หมอยง"