ไทม์ไลน์ต้นตอ "โควิดสายพันธุ์แอฟริกา" ในไทยพบ 3 ราย แจงความรุนแรงเชื้อ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศบค.ยันพบโควิด-19 "สายพันธุ์แอฟริกา" ในไทย จำนวน 3 ราย เปิดไทม์ไลน์สอบสวนโรคเข้ามาทางมาเลเซีย ยืนยันวัคซีนเอาอยู่

วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ วันนี้ 3,382 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,917 ต่างประเทศ 5 ราย (ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,922 ราย และจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 460 ราย) ใส่เครื่องช่วยหายใจ 412 ราย มีผู้เสียชีวิต 17 ราย มีรายงานผู้ป่วยหายกลับบ้านแล้ว 2,131 ราย และมีจำนวนผู้ที่ลักลอบเข้าเมือง 241 ราย

มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์จากอินเดียรายแรก

ที่ปรึกษาทีมสื่อสาร ศบค. ยัน พบเชื้อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาในไทยจริง

คลัสเตอร์เรือนจำ พบติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 499 ราย

 

 

ทั้งนี้ ระลอกเดือนเมษายน มีผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อสะสม 100,637  ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 682 ราย มีผู้หายป่วยหรือหายติดเชื้อสะสม รวม 57,109 ราย

ในจำนวนผู้เสียชีวิต 17 ราย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 15 ราย สงขลา และเชียงใหม่ จังหวัดละ 1 ราย

รายงานตัวเลข 10 อันดับของจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสะสมรายวันสูงสุด ดังนี้ กรุงเทพมหานคร 983 ราย, เพชรบุรี 968 ราย, สมุทรปราการ 181 ราย, นนทบุรี 107 ราย, ฉะเชิงเทรา 103 ราย, ปทุมธานี 66 ราย, สงขลา 59 ราย, สมุทรสาคร 38 ราย และ สุราษฎร์ธานี 30 ราย 

นพ.ทวีศิลป์ ชี้แจงถึงกรณีการพบโควิด “สายพันธุ์แอฟริกา” ของในประเทศไทย B.1.351.2 มีจำนวน 3 ราย ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่พบมากในทวีปแอฟริกา ตามรายงาน รายแรก เป็นเพศชาย อายุ 32 ปี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีวงกระจายขยายไป 3 - 5 วง รวมกระจาย 83 ราย

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์แอฟริกา เป็น ผู้ป่วยชายไทย อายุ 32 ปี ชาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส สอบสวนโรคพบภรรยาที่เป็นชาวมาเลเซีย ลักลอบเดินทางกลับมาประเทศไทย ตั้งแต่วันที่  11 เมษายน 2564  ผู้ป่วยเริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน เก็บตัวอย่างส่งตรวจและพบเชื้อโควิด วันที่ 4 พฤษภาคม ได้ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมากถึง 698 ราย พบเชื้อ 79 ราย และค้นหาเชิงรุกในชุมชน พบเชื้ออีก 2 ราย ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกัน มีการปกปิดข้อมูลกลุ่มเสี่ยง

พบผู้ป่วยในคลัสเตอร์ รวม 83 ราย ในจำนวน 45  รายไม่มีอาการ อาการเล็กน้อย 29 ราย ป่วยปานกลาง 7 ราย (ทั้งหมดไม่มีอาการรุนแรง) รักษาใน รพ.ชุมชน 35  ราย รพ.สนาม 2 แห่ง 41 ราย และ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ 7 ราย ปัจจุบันรักษาหาย 6 ราย กำลังรักษา 65 ราย (ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต)

ทั้งนี้ รายละเอียดไทม์ไลน์การสอบสวนโรค เป็นดังนี้

  • 12 เม.ย. 64 แม่ ภรรยา บุตร ชาวมาเลย์ ลักลอบเข้าไทย พบสามีชาวไทย อายุ 32 ปี (ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส)
  • 26 เม.ย. 64 ผู้ป่วยมีไข้ ปวดเมื่อย ปวดท้อง ซื้อยาทานเอง
  • 27 เม.ย. 64 ผู้ป่วยอาเจียน ไข้ลด แพทย์ฉีดยาที่คลินิก
  • 28 เม.ย. 64 แพทย์ฉีดยาครั้งที่สองที่คลินิก
  • 30 เม.ย. 64 แอดมิต 1 คืน รพ.ตากใบ
  • 1 พ.ค. 64 ออกจาก รพ.และไปคลินิกในเมืองนราธิวาส
  • 2 พ.ค. 64 รักษาหมอบ้านในเมืองนราธิวาส
  • 4 พ.ค. 64 แม่ ภรรยา บุตรของผู้ป่วยเดินทางกลับมาเลเซีย/ ผู้ป่วยรักษาตัว รพ.เอกชน จ.ยะลา ผล “พบโควิด”
  • 5 พ.ค. 64 รักษา รพ.เอกชน จ.ยะลา ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

สำหรับ มาตรการการเฝ้าระวังสายพันธุ์แอฟริกา นพ.โอภาส กล่าวว่า มีการส่งตรวจหาสายพันธุ์จำนวน 10 ราย พบเชื้อสายพันธุ์แอฟริกา 3 ราย รพ.ตากใบ ได้ทำการรักษาจนผู้ป่วยทั้ง 3 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว

ส่วนมาตรการป้องกัน คือ การควบคุมและจำกัดการเดินทางเข้าออก บริหารจัดการสถานที่กักตัว ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในพื้นที่ รวมถึงการตรวจตราการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ต่อเนื่อง ยืนยันว่าขณะนี้สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ดี สายพันธุ์แอฟริกาที่พบในไทย ใกล้เคียงกับที่พบในมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับการสอบสวนโรคที่เชื่อได้ว่าเชื้อนี้เข้ามาจากมาเลเซีย

"สายพันธุ์แอฟริกาใต้ เป็นสายพันธุ์ที่เราให้ความสนใจ เนื่องจากข้อมูลในขณะนี้บ่งว่า การตอบสนองของวัคซีนในสายพันธุ์นี้ อาจจะไม่ดีเท่ากับสายพันธุ์อื่นๆ ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนทุกชนิดยังมีความสามารถในการลดการเกิดอาการรุนแรง แล้วก็ลดอัตราการตายของโรคได้ เพราะฉะนั้นยังมีประโยชน์ที่จะให้วัคซีนในกรณีอยู่

ส่วนความสามารถในการกระจายของโรค ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่พบในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อังกฤษหรือสายพันธุ์อินเดีย ส่วนความรุนแรงของโรคไม่ได้มากกว่าปกติ อย่างตัวอย่างที่เราเห็นผู้ที่ติดเชื้อในกลุ่มก้อนนี้ 80 กว่าคน อาการไม่รุนแรง" นพ.โอภาส กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ