เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำบอกเล่าของคุณตาวัย 69 ปี ที่เวลานี้ต้องใช้ถังออกซิเจนช่วยในการหายใจ คุณตาบอกว่าตอนนี้เริ่มไม่ค่อยมีแรง และมีอาการไอ โดยตัวเองเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วอยู่เดิม ทำให้เหนื่อยง่าย เมื่อป่วยโควิด-19 ซ้ำ ก็ยิ่งทำให้เหนื่อยมากขึ้น
นางสาวปิยะธิดา ถาวร วัย 26 ปี หลานสาว เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ 10 กว่าคน อาศัยอยู่บ้านหลังติด ๆ กันและไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ก่อนหน้านี้พบติดโควิดทั้งครอบครัวและทยอยรักษาในโรงพยาบาลบ้างแล้ว
ส่วนคุณตาอยู่แต่ในบ้านร่วมกับแฟนและน้องชายแฟน ไม่ได้สุงสิงกับญาติคนอื่น ๆ เลยไม่คิดว่ามีความเสี่ยง จนกระทั่งน้องชายแฟนติดเชื้อโควิด-19 จึงพยายามหาที่ตรวจ ระหว่างนั้นก็ย้ายคุณตามาอยู่ในห้องแยก และตนเองเข้ามาดูแลก่อน เพราะมีภูมิต้านทานจากการเพิ่งหายป่วยโควิด-19
ขณะที่ นายอัศนัย ถาวร อายุ 43 ปี ลูกชายผู้ป่วย ระบุว่า พ่อเริ่มมีอาการไอและถ่ายเหลวมาตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม ขณะนั้นยังไม่คิดว่าติดโควิด-19 จนกระทั่งคนในบ้านทราบผลติดเชื้อในวันที่ 6 กรกฎาคม ทำให้วันรุ่งขึ้น ตนเองพยายามประสานหาที่ตรวจให้กับคุณพ่อ แต่ทุกที่เต็มหมด กว่าจะได้ตรวจคือวันที่ 10 กรกฎาคม ขณะนั้นพ่อเริ่มเหนื่อยง่าย ต้องนั่งรถเข็นไปตรวจ โดยไปรอตั้งแต่เที่ยงคืนและได้ตรวจเวลา 08.00 น. จากนั้นวันที่ 13 กรกฎาคม ทางโรงพยาบาลจึงแจ้งผลกลับมาว่าพ่อติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะทราบผล อาการก็เริ่มทรุด จนวันนี้วัดค่าออกซิเจนในเลือดลดเหลือ 94 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าปกติ
ประเด็นนี้ น.ส.ปิยะธิดา หลานสาว เสริมว่า หลังทราบผล ตนเองติดต่อไปทุกสายด่วน ทั้ง 1668, 1669, 1330 เจ้าหน้าที่บอกให้รอก่อน จึงไปขอยืมถังออกซิเจนจากสุเหร่าในชุมชนมาให้ประทังชีวิตไปก่อน โดยทางครอบครัวค่อนข้างเป็นกังวล เพราะก่อนหน้านี้ พี่ชายของผู้ป่วยก็เพิ่งเสียชีวิตจากโควิด-19 แม้จะรอตรวจและรอเตียงไม่นาน
ปัญหาผู้ป่วยโควิดไม่มีเตียงรักษา จนญาติต้องนำถังออกซิเจนไปให้ที่บ้าน ซึ่งบางกรณีที่ช่วยไม่ทันก็มีการเสียชีวิตในที่สุด// ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ผ่านทางวีดีโอคอล เปิดเผยว่า กรมการแพทย์กำลังเร่งแก้ปัญหานี้ โดยจะพยายามนำคนไข้ทุกคนเข้าสู่ระบบการรักษาในระบบ Home Isolation หรือ การแยกกักตัวที่บ้าน เน้นผู้ป่วยสีเขียวที่สามารถแยกตนเองจากคนอื่นได้ และจะมีโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลไปดูแล โดยให้ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจน ให้ผู้ป่วยวัดแล้วส่งข้อมูลกลับมา ซึ่งแพทย์จะประเมินอาการผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมการแพทย์ได้ทดลองโครงการนำร่องแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา กับผู้ป่วยสีเขียว 18 คน ซึ่งได้รับการรักษาจนหายดี
ส่วนผู้ป่วยสีเหลือง นพ.สมศักดิ์ ระบุว่า ตนเองเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ พิจารณาปรับเปลี่ยนฮอสพิเทลและโรงพยาบาลสนามที่มีศักยภาพ เข้ามารองรับผู้ป่วยสีเหลือง เพื่อปรับให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด เข้าไปดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต
นพ.สมศักดิ์ ระบุอีกว่า การปรับแผนเน้น Home Isolation มากขึ้น มาจากสถานการณ์เตียงผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับวันที่ 13 มิ.ย. ที่มีผู้ป่วยใช้เตียง 19,391 คน พบว่าเพิ่มขึ้นมากว่า 1 หมื่นคน ซึ่งเมื่อแยกตามอาการ พบว่าผู้ป่วยสีเหลืองและแดงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และแม้จะขยายจำนวนเตียงเพิ่มมาแล้ว แต่ก็ยังไม่พอ และไม่สามารถขยายเตียงมากกว่านี้ได้ เพราะบุคลากรทางการแพทย์มีจำกัด