สัมภาษณ์พิเศษ : คุยเรื่องไวรัสโควิด-19 และวัคซีน ฉบับย่อยง่ายๆ กับ เจมส์-รัชชานนท์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คุยเรื่องไวรัสโควิด-19 และวัคซีนในแบบฉบับย่อยง่ายๆ กับ เจมส์-รัชชานนท์ วิริยกิจโกศล โดยปัจจุบันอยู่ชั้น ปี 6 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 สัญชาติไทย และด้วยความที่สนใจเรื่องของ “ไวรัส” ทำให้เจมส์ถูกพูดถึงในฐานะคนที่ย่อยข้อมูลทางการแพทย์ออกมาอธิบายให้คนทั่วๆ ไปเข้าใจง่ายมาก

เรียนสัตวแพทย์ แต่ สนใจ “ไวรัส”

ผมเริ่มทำงานวิจัยทางไวรัส ตั้งแต่อยู่ปี 2  และในช่วงที่ไวรัสตัวนี้มันเริ่มระบาดผมอยู่ปี 4 ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นก็ติดตามมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงแรกที่มีรายงานการระบาดของโรคทางเดินหายใจที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นไวรัสอะไร ก็ติดตามมาเรื่อยๆ จึงก็รู้ว่าเป็นไวรัสโคโรนา ณ ขณะนั้นเราไม่คิดว่ามันจะสร้างปัญหาอะไรมาก เพราะเคยเจอการระบาดในลักษณะที่คล้ายกันมาแล้ว

 

ทั้ง โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ ซาร์ส(SARS) ต่อมาก็โรคเมอร์ส(MERS) ซึ่งถือว่าโลกผ่านไวรัสมาหลายครั้งแล้ว คงมีการจัดการและมันจะดีขึ้น แต่....สำหรับโคโรนาไวรัสนี้ กลับตรงกันข้าม

มันกลายเป็นว่าตอนนี้ไวรัสมันสร้างความเสียหายมาก มันไม่ใช่แค่คนติดเชื้อแล้วเข้าไปรักษาแล้วจบ ตอนนี้มันกระทบระบบสาธารณสุขทั้งระบบ คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นผู้ป่วยโรคอื่นๆ ลดลงไปด้วย เตียงไม่พอ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ และกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจ คนไม่กล้าออกไปไหน การท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจปิดตัว คนตกงาน ส่งผลกระทบถึงสภาพจิตใจ รวมถึงระบบการศึกษาซึ่งตอนนี้เรียนออนไลน์ซึ่งประสิทธิภาพมันไม่เท่ากับการเรียนปกติอยู่แล้ว ผมก็มองว่าสถานการณ์ตอนนี้มันวิกฤตมาก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กันไปหมด

จากวันแรกที่มีการแพร่ระบาดจนถึงวันนี้ความรุนแรงเกินกว่าที่คิดไว้มาก

เจมส์ บอกว่า เขาทำวิจัยเรื่องโคโรนาไวรัสชนิดอื่นมาหลายปี องค์ความรู้ ณ ตอนนั้น เราเชื่อว่าถึงแม้ว่าไวรัสก่อโรคCOVID-19 เป็น RNA virus ซึ่งมีความเสถียรน้อยกว่า DNA ก็จริง แต่โคโรนาไวรัสมีระบบที่คอยช่วยให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ยาก (proof-reading activity)  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลายเป็นว่า การกลายพันธุ์มันเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่เราจะคิด แพร่กระจายเร็วขึ้น เกินคาดกว่าที่เราคิดเยอะมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ประเทศไทย”

สำหรับประเทศ เจมส์ มองว่า สถานการณ์ของแต่ละประเทศต่างกัน และแต่ละประเทศก็มีการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อหยุดการแพร่ระบาดแตกต่างกันเช่นกัน ซึ่งสำหรับประเทศไทย ณ วันนี้ สถานการณ์ค่อนข้างเลวร้าย ขณะเดียวกันการบริหารจัดการวัคซีนก็ทำได้ไม่ดีพอ ถ้าตัดภาพไปที่ประเทศที่วัคซีนประสิทธิภาพกระจายไปอย่างทั่วถึง เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะกลับมาสูงขึ้นบ้าง(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน) แต่ก็ยังมีบางส่วนที่สามารถใช้ชีวิต New Normal ต่อไปได้ เพราะการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะวัคซีนชนิด mRNA

สถานการณ์วัคซีนโควิด-19 กับคนไทย เจมส์ มองว่า เมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ ที่มีการฉีดวัคซีนโควิด-19  ปัจจจุบันคนไทยมีความเข้าใจเรื่องผลข้างเคียงวัคซีนในแต่ละชนิดมากขึ้น และพร้อมที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน แต่ กลายเป็นว่าปัญหาที่เจอตอนนี้คือวัคซีนมีไม่พอ และกระจายไม่ทั่วถึง

ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนอย่างถูกต้องมากขึ้นแล้ว ถ้าเทียบกับช่วงแรกๆ ที่มีการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นช่วงที่ทำคอนเทนท์เริ่มเขียนข้อมูลลงอินสตราแกรม สื่อสารในภาษาที่เข้าใจง่าย เช่น ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน ความจำเป็นในการฉีดวัคซีน ฯลฯ  และตั้งแต่ตอนนั้นมาถึงตอนนี้ความเข้าใจประชาชนกับวัคซีน ดีขึ้นมาก

ช่วงแรกคนกลัวผลข้างเคียงกันเยอะมาก แต่หลายๆ คน หลายๆ ฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง  แต่กลายเป็นว่าประชาชนพร้อมแล้ว  แต่ปัญหาที่เจอตอนนี้คือวัคซีนมีไม่พอ ซึ่งทุกคนอยากฉีดมาก แต่ไม่มีวัคซีนให้ฉีด

จำเป็นไหมกับ วัคซีน mRNA

ปัจจุบันเรามีวัคซีนหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีประสิทธิผลแตกต่างกันไป ทั้ง วัคซีนเชื้อตาย,mRNA,  และไวรัลเวกเตอร์ แต่ที่โฟกัสที่ mRNA เพราะหลายประเทศใช้แล้วได้ผล ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19ได้ดี แต่วัคซีนทุกตัวมีผลข้างเคียงหมด เวลาเราฉีดเข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนมีความหลากหลาย ต่างกัน จึงผลข้างเคียงต่างกัน บางคนฉีดไปแล้วไข้ขึ้นสูง แต่บางคนแค่อ่อนเพลีย ไข้ไม่สูงมาก แต่ได้ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนเหมือนกัน ไม่ต้องกังวล อีกทั้งผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนส่วนใหญ่สามารถรักษา และควบคุมได้ เมื่อเทียบกับความรุนแรงจากการที่ไม่ได้รับวัคซีน และเป็นโควิดขึ้นมา

ณ วันนี้ มีเรื่องของการกลายพันธุ์เข้ามาอีก มีผลต่อวัคซีนอย่างไร

เจมส์ อธิบายว่า ถึงแม้ว่าไวรัสมันจะกลายพันธุ์ไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนมันจะป้องกันไม่ได้เลย เช่น โมเดอร์นา ไฟเซอร์ แอสตร้าเซเนก้า จะมีความสามารถในการป้องกันได้ระดับนึงอยู่แล้ว แต่จะลดลงจากตัวสายพันธุ์อู่ฮั่นตัวเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าป้องกันไม่ได้เลย ขณะเดียวกันตอนนี้หลายบริษัท ก็เริ่มทำวัคซีนเจเนอเรชันที่สองมาแล้วสำหรับสายพันธุ์กลายพันธุ์ ก็เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะออกมาได้

เข็มสาม มีความจำเป็นไหม

ถ้าดูภาพรวมตอนนี้ประชาชนส่วนมากฉีดซิโนแวคไปแล้ว การที่เราจะฉีดวัคซีนเชื้อตายซ้ำ เพื่อเป็นเข็มที่สาม มีการศึกษาออกมาแล้วจากทีมวิจัยในจีน (ที่มา : https://www.thelancet.com/) พบว่า ภูมิคุ้มกันจะขึ้นมาไม่มาก และภูมิอยู่ไม่นาน

ระบบภูมิคุ้มกันเหมือนเป็นทหารของเรา ซึ่งมีสองฝ่าย ถ้าข้าศึกมาทางอากาศเราให้ทหารอากาศไปโจมตี ข้าศึกมาทางบกเราให้ทหารบกไปโจมตี แต่ประเด็น คือ  ซิโนแวค ซิโนฟาร์มมันกระตุ้นได้แค่ทหารฝ่ายเดียว ไม่ว่ามันจะไปกระตุ้นอีกกี่ร้อยเข็มมันก็จะกระตุ้นได้แค่ทหารฝ่ายเดียว แต่การที่เราจะคุมไวรัสโควิดตัวนี้ได้ ต้องการทหารทั้งสองฝ่าย ซึ่งซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ทำให้ไม่ได้เราก็เลยต้องการวัคซีนเข็มสามเป็นบูสเตอร์รูปแบบอื่น

ประเมินสถานการณ์ โควิดประเทศไทย คิดว่าจะจบลงอย่างไร

เจมส์ กล่าวแบบให้เห็นภาพว่า หากประชาชนได้รับวัคซีนกันเพียงพอจนทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ สถานการณ์คงจะดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้เรามีปริมาณวัคซีนไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ประกอบกับวัคซีนส่วนใหญ่ที่เราใช้ ควบคุมไวรัสที่กลายพันธุ์ได้ไม่ดี ระบบการเข้าถึงวัคซีนเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งที่มันควรเข้าถึงง่ายและเร็วที่สุด ส่วนตัวมองว่า บุคลากรทางการแพทย์ควรได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด เพื่อรักษาบุคลากรสาธารณสุขและประคองระบบสาธารณสุขให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอัตราการเสียชีวิต ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิผลสูงๆ  เข้ามาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ