อาสาสมัครฯฐานอาจณรงค์ในพื้นที่คลองเตย เข้าช่วยเหลือหญิงสูงอายุในชุมชนล็อก 1-2-3 หลังได้รับแจ้งว่าผู้ป่วยอาการหนัก หายใจลำบาก ต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจน จึงเข้าไปดูอาการ และประเมินว่าต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ตามสิทธิรักษาของผู้ป่วยคนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงรีบนำส่ง โดยใช้รถกระบะไม่มีหลังคา แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปฏิเสธ จึงต้องนำผู้ป่วยไปหาโรงพยาบาลแห่งที่ 2 คือ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท จนสุดท้ายโรงพยาบาลรับเข้ารักษา
นี่เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของอาสาฐานอาจณรงค์ ที่สะท้อนให้เห็นความยากลำบากในการส่งตัวผู้ป่วย และเป็นหนึ่งในชุมชนที่บริหารจัดการเอง โดยไม่รอหน่วยงานภาครัฐ เพราะมองว่าล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์
ประธานชุมชนคลองเตยล็อก 1-2-3 ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวผ่านวิดีโอคอล ว่า ในช่วงแรกก็ใช้วิธีประสานงานตามระบบ แต่เพราะมีหลายหน่วยงาน และเคยประสานไปแล้วล่าช้า ผู้ป่วยบางคนในชุมชนเสียชีวิตระหว่างรอรถมารับ จึงตัดสินใจดำเนินการเอง ทั้งเข้าไปดูอาการผู้ป่วย ประเมินอาการเบื้องต้น และส่งต่อไปโรงพยาบาล เนื่องจาก หน่วยงานรัฐ มีระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่ละโรงพยาบาล มีโครงสร้างที่สังกัดหน่วยงานต่างกัน ข้อมูลเตียงไม่ได้รวมอยู่ที่จุดเดียว ทำให้ที่ผ่านมาต้องใช้วิธีสุ่มเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ โรงพยาบาลตามสิทธิ์ของผู้ป่วย ถ้าโชคดีก็ได้รักษาเลย แต่ก็มีหลายเคสที่ส่งต่อ 3 แห่ง ไม่รับ สุดท้ายต้องส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านตามเดิม
ด้านนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานแพทย์ชนบท สะท้อนระบบการทำงานด้านสาธารณสุขในต่างจังหวัด กับ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า มีโครงสร้างต่างกัน ทำให้การจัดการแตกต่างกัน เช่น ต่างจังหวัดมีโรงพยาบาลไม่มากและขึ้นตรงกับกระทรวงสาธารณสุข เมื่อมีผู้ป่วยจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ว่าเตียงจะเต็มก็ต้องหาวิธีเพิ่มเตียงให้ได้ หรือ หากเกินขีดความสามารถ จะต้องส่งต่อให้โรงพยาบาลจังหวัด หรือ โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย หรือ สังกัดทหาร
ส่วนในกรุงเทพฯ นพ.สุภัทร มองว่า โรงพยาบาลมีมาก และสังกัดหลายหน่วยงาน แต่ละโรงพยาบาลจะทำงานของตัวเอง เมื่อถึงเวลาตัดสินใจรับหรือไม่รับผู้ป่วย ก็จะเป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาล ทำให้เกิดเหตุการณ์ผู้ป่วย ไปถึงโรงพยาบาลแต่ถูกปฎิเสธ
นพ.สุภัทร ย้ำว่า การมีหลายโรงพยาบาล ควรจะเป็นจุดแข็ง แต่กลับเป็นจุดอ่อน เพราะการไม่บูรณาการข้อมูล แต่ละหน่วยงานต่างถือข้อมูลของตัวเอง ทำให้ที่ผ่านมา มักมีประกาศแนวทางต่างๆไม่ตรงกัน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
นายกฯ ฮึ่ม! สั่งจับให้หมด สื่อ คนดัง สร้างข่าวปลอม งัด "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" จัดการ จี้ทุกกระทรวงเกาะติด
พีพีทีวีตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในกทม. มีหลายหน่วยงานกำกับดูแลจริง ยิ่งในสถานการณ์โควิด มีหน่วยงานถูกตั้งเพิ่มมาอีก เริ่มจาก ศบค.เป็นคนกำกับดูแล และออกนโยบาย มีศบค.กทม. ที่ทำหน้าที่ออกมาตรการ เสนอให้ ศบค.พิจารณา ส่วนกทม.เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลและออกมาตรการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งกทม.ก็มีรพ.ในสังกัดที่ดูแลสถานการณ์โควิดอยู่ เช่น รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ รพ.ตากสิน รพ.ราชพิพัฒน์
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข ก็มีรพ.ในสังกัดที่อยู่ในเขตกทม. และ ร่วมดูแลสถานการณ์โควิด เช่น รพ.เลิดสิน รพ.สงฆ์
นอกจากนี้ยังมีรพ.สังกัดโรงเรียนแพทย์ ทั้ง รพ.จุฬาฯ รพ.รามาธิบดี รพ.ศิริราช หรือ รพ.เอกชน ที่ก็มาร่วมดูแลผู้ป่วยโควิดด้วย และ รพ.สังกัดกระทรวงกลาโหม ทั้งรพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.สมเด็กพระปิ่นเกล้า รพ.ทหารผ่านศึก
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่ากทม.มีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ช่วยกันดูแลสถานการณ์โควิด ทั้งเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด หาเตียง ฉีดวัคซีน ไปจนถึงการดูแลเมื่อพบผู้เสียชีวิต
วินจยย.ไม่รู้ตัวติดโควิด ทรุดดับคาเสื้อวิน
ไทยแซงชนะอุซเบกิสถาน 4-3 ลิ่วตัดเชือกอียิปต์ ฟุตซอลปรีเวิลด์คัพ