ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฉัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า รู้สึกกังวลเรื่องจำนวนฟาวิพิราเวียร์ ที่คงเหลืออยู่ในสต๊อกอาจไม่เพียงพอต่อการใช้รักษาผู้ป่วยโควิดทุกกลุ่ม ในอีก 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นเกิน 2 หมื่นคนต่อวัน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 30-40 ล้านเม็ด ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศทำได้เพียง 2-4 ล้านเม็ดต่อเดือน และต้องพึ่งการนำเข้าเป็นหลัก
อีกทั้งตอนนี้โรงพยาบบาลสนามหลายแห่ง ร่วมถึงโรงพยาบาลสนามของธรรมศาสตร์ มีผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลใกล้เต็มกำลังแล้ว ทำให้ต้องมีการขยาย Home Isolation เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ดังนั้นจึงกังวลว่าหากจำนวนยาฟาวิพิราเวียร์มีไม่เพียงพอ หรือ ไม่มีความชัดเจนเรื่องการใช้ยา อาจทำให้อัตราการเสียชีวิตและกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงอยากให้ภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องแผนการผลิต นำเข้า และการวางแผนใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ให้ชัดเจน
นอกจากนี้ ผศ.นพ.ฉัตรชัย ยังสะท้อนปัญหาว่าหาตอนนี้ยังไม่มีการล็อกดาวน์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่สามารถยับยั้งการระบาดได้ เพราะตอนนี้ห้ามเดินทางเฉพาะกลางคืน แต่กลางวันยังมีสามารถออกมานอกบ้านได้ปกติ จึงมีโอกาสจะแพร่เชื้อได้ และมีโอกาสที่ภาพรวมการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิดอาจถึง 200 คนต่อวัน จึงมองว่าสถานการณ์ตอนนี้มีความจำเป็นที่อาจต้องใช้การล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่น โดยออกมาตรการเศรษฐกิจและวัคซีนควบคู่ไปด้วย แต่หากจำนวนวัคซีนมีไม่เพียงพอการล็อกดาวน์แบบอู่ฮั่นก็คุมโรคไม่ได้ ทำได้เพียงชะลอการระบาดเท่านั้น