เปิดวิธีปฏิบัติในการวินิจฉัย ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่แพทย์ต้องทำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดแนวทางการปฎิบัติ การวินิจฉัย และดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขควรต้องทำเพื่อให้การรักษาดำเนินการไปได้

ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากจนเกิดขีดความสามารถของโรงพยาบาลจะรับได้ ประกอบกับเตียงที่รับรักษาผู้ป่วยระดับที่ เหลืองและสีแดงมีไม่เพียงพอ ส่งผลให้ทางคณะทำงานด้านการรักษาพยาบาลและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ร่วมประชุมกัน และวางแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid - 19)

เด็ก 3 รายในชิคาโก มีอาการอวัยวะอักเสบรุนแรงขณะป่วย โควิด-19

พยาบาล เผย งานห้องฉุกเฉินล้นมือ ทำให้ศักยภาพช่วยคนไข้ลดลง

สำหรับแนวทางที่ออกมาก็เพื่อมุ่งหวังให้การทำงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ง่ายขึ้น โดยวิธีการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย (probable Case) ผู้ที่มีผลตรวจ ATK ต่อเชื้อไว้รัส SARS -CoV-2 ให้ผลบวก และรวมผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งผู้ที่มีอาการและไม่แสดงอาการ สามารถแบ่งกลุ่มตามอากรได้เป็น 4 กรณี ดังนี้ 

1. ผู้ติดเชื้อ Covid -19 ไม่มีอาการอื่น ๆ หรือสบายดี (Asymptomatic COVID-19 ) 
    - แนะนำให้แยกกับตัวที่บ้านหรือในสถานที่รัฐจัดให้อย่างน้อย 14 วัน นับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ ระยะเวลาการกักตัว (ในสถานพยาบาลรวมกับที่บ้าน) อาจนานกว่านี้ในผู้ป่วยบางรายขึ้นกับดุลยพนิจของแพทย์ 
    - ให้ดูแลรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เองและอาจได้รับผลข้างเคียงจากยา 
    - พิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจรในกลุ่มที่ไม่มีอารขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ 
    - ไม่ให้ยาฟ้าทะลายโจร และยาต้านไวรัสร่วมกัน อาจมีผลข้างเคียงจากยา

2. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง / โรคร่วมสำคัญ ภาพถ่ายรังสีปอดปกติ (Symptomatic COVID - 19 without pneumonia and no risk factors for severe disease)
    - พิจารณาให้ favipiravir เริ่มให้ยาเร็วที่สุด
    - หากตรวจพบเชื้อมาเกิน 7 วัน และผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยอาจไม่จำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้จะหายได้เองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
    -แนะนำให้แยกกักตัวที่บ้านหรือในสถานที่รัฐจัดให้ หากเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการรักษาแบบ home isolation หรือ community isolation ก็สามารถให้การรักษาในลักษณะดังกล่าวเป็นเวลายอย่างน้อย (รวมทุกระบบการรักษา) 14 วัน นักจากวันที่เริ่มมีอาการหรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง 

3. ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือผู้ป่วยที่มีปอดบวม (pneumonia) เล็กน้อย ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 4 (Covid - 19 with risk factors for severe disease ro having co-morbidity or mild pneumonia) ปัจจัยเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ได้แก่ อายุ > 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง (CKD)โรคหัวใจและหลอดเลือดรวมโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมองเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 90 กก. หรือ BMI ≥ 30 กก./ตร.ม.) ตับแข็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และ lymphocyte น้อยกว่า 1,000 เซลล์ / ลบ.มม.  หรือผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น 
    - แนะนำให้รักษาในโรงพยาบาล โดยให้อยู่ในระบบการรักษาและการแยกโรคอย่างน้อย 14 วัน นับจากวันที่เริ่มมีอาการหรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น (อาจอยู่โรงพยาบาลน้อยกว่า 14 วัน แล้วกลับไปกักตัวต่อที่บ้านจนครบ 14 วัน) 
    - แนะนำให้ favipiravir โดยเริ่มให้ยาเร็วที่สุด ให้ยานาน 5 วัน หรือมากกว่า ขึ้นกับอาการทางคลินิกตามความเหมาะสมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 
    - พิจารณาให้ corticosteroid ร่วมกับ favipiravir ในกรณีที่มีผู้ป่วยมีอาการและภาพถ่ายรังสีปอดที่แย่ลง คือมี progression of infiltrates หรือค่า room air SpO2  ≤96% หรือพบว่ามี SpO2 ขณะออกแรงลดลง ≥ 3% ของค่าที่วัดได้ครั้งแรก (exercise - induced hypoxia) 

4. ผู้ป่วยยืนยันที่มีปอดบวมที่มี hypoxia (resting O2 saturation ≤96%) หรือมีภาวะลดลงของออกซิเจน  SpO2 ≥ 3% ของค่าที่วัดได้ครั้งแรกขณะออกแรง (exercise - induced hypoxemia) หรือภาพรังสีทรวงอกมี progression ของ pulmonary infiltrates 
    - แนะนำให้  favipiravir  เป็นเวลา 5 - 10 วัน ขึ้นกับอาการทางคลินิก
    - อาจพิจารณาให้ lopinavir / ritonavir 5 - 10 วัน ร่วมด้วย (ตามดุลยพินิจของแพทย์) 
    - แนะนำให้ corticosteroid

 

 


ที่มา : 
คณะทำงานด้านการรักษาพยาบาลและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ
 

TOP สุขภาพ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ