เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย นายแพทย์ สุรเวช น้ำหอม แพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเล่าว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องกักตัวระบบ Home Isolation อ้างว่า ยังไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งที่ได้ไปแล้ว
ทั้งนี้ยาฟาวิพิราเวียร์ที่รักษาผู้ป่วยโดวิด-19 นั้น แพทย์จัดให้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่กักตัวอยู่ในบ้านสำหรับการรับประทานในระยะเวลา 5 วัน ซึ่งจำเป็นต้องให้ยาตัวนี้รวดเร็ว
เพื่อบรรเทาไม่ให้อาการทรุดกลายเป็นกลุ่มสีเหลือง-แดง โดยจะคำนวณตามน้ำหนักตัวของคนไข้ เช่น ถ้าน้ำหนักตัวน้อยกว่า 90 กิโลกรัม วันแรก จะกิน 9 เม็ดทุก 12 ชั่วโมง ส่วนวันที่ 2-5 กินวันละ 4 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง
แต่ล่าสุดพบว่าบางคนได้รับยาแล้ว แต่ขอยาซ้ำเพื่อเอาไปขายต่อในตลาดมืดซึ่งมีราคาสูงมาก เพราะคนกลัวว่าหากการระบาดยังมากขนาดนี้ ยาอาจจะมีไม่พอ จึงมีความต้องการยา Favipiravir มากและแน่นอนว่าการนำไปขายแบบนี้จะมีคนซื้อทันที
จากนั้นก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ได้คอมเมนต์ระบุว่า "เห็นในกลุ่มมีลงขาย ราคา 4500++ แน่ใจของไทยหรือป่าว" ขณะที่อีกหลายคนก็ยืนยันเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่า "ยา" ไม่ใช่ข้าวสารอาหารแห้ง ที่กักตุนไว้แล้วจะกินใช้ตามอำเภอใจ ทั้งนี้การจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ ให้แก่ผู้ป่วยโควิดที่บ้าน จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ และ ให้เภสัชกรจัดยาให้ตามทีรับประเมินมา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และ โดยทั่วไปแล้วอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับตัวยาฟิาวิพิราเวียร์
ซึ่งเภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลราชวิถี เภสัชกรหญิง ศศิมาภรณ์ แหยงกระโทก ระบุว่า mถ้าเป็นผู้ป่วยที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ก็อาจจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ ยิ่งถ้าเป็นคนไข้ที่มีประวัติแพ้ยาอยู่แล้ว แต่ว่าได้รับยาไปโดยที่ไม่ได้รับการพิจารณาจากแพทย์ ก็อาจจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ โดยทั่วไปแล้วอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับตัวยาฟิาวิพิราเวียร์ เช่นอาจจะคลื่นไส้ อาเจียน หรือว่าท้องเสีย หรือ อาจจะมีปวดศีรษะได้ หรือ บางคนที่มีโรคร่วม คือ โรคเบาหวาน ก็อาจจะมีกระทบกับระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้ได้