ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Sukrit Terapanyarat ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ได้โพสต์การทดลองฉีดวัคซีน ChulaCOV-19 ซึ่งเป็นวัคซีน mRNA ตัวแรกของไทย ที่พัฒนาโดย ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม โดยวัคซีน ChulaCOV-19 วัคซีนชนิด mRNA ที่มีพัฒนาและวิจัยต่อยอดจาก Moderna ดังนั้นประสิทธิภาพที่ออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเทียบเท่า Pfizer และ Moderna หรืออาจจะดีกว่าสำหรับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลต้า เพราะกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยถึงประสิทธิ์ภาพของวัคซีนหลังฉีดครบ 2 โดส ผ่านประสบการณ์ของตนเอง ว่าตนเองผ่านการเสี่ยงติดเชื้อมาแล้วถึงสามครั้ง เนื่องจาก เพื่อนร่วมงานและ พ่อ ติดเชื้อโควิด ซึ่งตัวผู้โพสต์ ได้เข้าไปใกล้ชิดโดยเฉพาะในกรณีของคุณพ่อ ที่มีความจำเป็นต้องพาไปโรงพยาบาล โดยมีเพียงอุปกรณ์ป้องกัน แค่ หน้ากากอนามัยสองชั้น face shield และถุงมือยาง
ทั้งนี้ เพื่อความแน่ใจ ทางโครงการวิจัยได้นัดให้ไปตรวจ RT-PCR เพราะผมกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย ซึ่งผลออกมาว่า ผมไม่มีเชื้อโควิดจริงๆ
ด้วยผลทดสอบนี้ น่าจะบ่งบอกได้ถึงประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA ได้ดีในระดับนึง และเป็นเหตุผลว่า ทำไมวัคซีน ChulaCOV-19 น่าจะเป็นวัคซีนความหวังของคนไทย
สำหรับคำถามว่า "คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนตัวนี้เมื่อใด" คำตอบก็คือ กว่าจะวิจัยพัฒนาและทดสอบกับอาสาสมัคร กลุ่มสอง กลุ่มสามเสร็จ น่าจะช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2565
แต่ถ้าฉุกเฉินจริงๆ ไม่แน่ว่า อาจจะมีการใช้วัคซีนตัวนี้เป็น เข็มสาม ในช่วงปลายปีและที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะได้วัคซีนที่ดีแล้วยังไง การ social distancing ก็ยังสำคัญ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดกับสหรัฐฯ ตอนนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมีการแถลงความคืบหน้าในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม