หลังการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งทดสอบวัคซีน ChulaCov19 ในอาสาสมัคร 100 คนแรก ไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นัดหมายแถลงข่าว ความคืบหน้าล่าสุดของการวิจัยและพัฒนา ChulaCov19 Vaccine ผ่านทาง Facebook Live Fan Page โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยระบุสั้นๆ ว่า “แพทย์จุฬาฯ มีข่าวดี” พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจติดตามรับชมการแถลงข่าวด้วย
สำหรับวัคซีน ChulaCov19 เป็นวัคซีน mRNA สัญชาติไทยรุ่นเแรก ที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการ บริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่พัฒนาวัคซีนขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยี mRNA เช่นเดียวกับ Pfizer และ Moderna และเป็นวัคซีนที่ต่อยอดขึ้นเพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกา และสายพันธุ์อังกฤษ รวมถึงยังอาจพัฒนาให้รับมือกับสายพันธุ์อินเดียได้อีกด้วย
ทางศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ประสบผลสำเร็จในการทดลองในลิง และหนู พบว่าสามารถช่วยยับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง จึงนำมาสู่การผลิต และทดสอบทางคลินิกระยะที่ 1 ให้กับอาสาสมัครเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นวันแรก
การทดสอบในระยะที่ 1 แบ่งออกเป็นสองกลุ่มอายุ จำนวน 72 คน
กลุ่มแรก เป็นอาสาสมัครผู้ที่มีอายุ 18-55 ปี ทดสอบจำนวน 36 คน
กลุ่มที่สอง เป็นอาสาสมัครผู้ที่มีอายุ 65-75 ปี ทดสอบจำนวน 36 คน
ในจำนวนสองกลุ่มจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยที่ฉีดวัคซีน 10 ไมโครกรัม, 25 ไมโครกรัม และ 50 ไมโครกรัม เพื่อดูว่า วัคซีน ChulaCov19 มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ปริมาณเท่าใด เพราะปัจจุบันโมเดอร์นาใช้วัคซีนปริมาณ 100 ไมโครกรัม ส่วนไฟเซอร์ใช้ 30 ไมโครกรัม ทางศูนย์ฯ ต้องศึกษาว่าคนไทยหรือเอเชียเหมาะกับการฉีด 10 หรือ 25 หรือ 50 ไมโครกรัม จะได้รู้ขนาดที่ปลอดภัยและกระตุ้นภูมิได้สูง หลังจากนั้นจึงเข้าสู่การทดสอบทางคลินิกระยะที่ 2
การทดสอบในระยะที่ 2 จำนวน 150-300 คน คาดว่าเริ่มต้นฉีดได้ประมาณเดือนสิงหาคม 2564
ล่าสุดมีอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการฉีดวัคซีน ชื่อ นายสุกฤษฏิ์ ธีระปัญญารัตน์ โพสต์ข้อความรีวิวหลังเข้าได้รับวัคซีน 2 เข็มในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sukrit Terapanyarat โดยระบุว่า เข้ารับวัคซีน ChulaCov19 ครบแล้ว 2 เข็ม เข็มแรกวันที่ 24 มิถุนายน 2564 และเข็มที่ 2 วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 โดยได้รับวัคซีนขนาด 25 ไมโครกรัม จำนวน 2 โดส ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์
อาการและผลข้างเคียง: [โดสแรก] วันที่ 24 มิ.ย. 64 - มีอาการปวดหัวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องราว ๆ 2-3 วัน ไม่มีไข้ และยังทำงานได้ปกติ
[โดสสอง] วันที่ 15 ก.ค. 64 - ปวดหัวหนักกว่าโดสแรก หลังจากฉีด 2 ชั่วโมง ถึงขั้นซมหลังฉีด 6 ชั่วโมง มีไข้หรือตัวรุมๆ แต่ไข้ไม่สูง ปวดหัวตลอดทั้งคืน กว่าจะทุเลาลงก็คือ วันที่สอง ส่วนอาการปวดหัวจะต่อเนื่องไปร่วม 3-4 วัน
หลังจากฉีดวัคซีนครบสองโดสได้ราวหนึ่งสัปดาห์ ปรากฏว่า นายสุกฤษฎิ์ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด เพราะพ่อและพนักงานในที่ทำงานเดียวกันติดโควิด-19 เขาต้องดูแลและพาพ่อส่งโรงพยาบาล โดยสรุปผ่านความเสี่ยงมา 3 ครั้ง และ ตรวจ 3 รอบ แต่ไม่พบเชื้อโควิด-19 ทำให้เจ้าตัวมั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน ChulaCOV19 ว่าน่าจะเป็นวัคซีนความหวังของคนไทย