แมว หรือสุนัข นับได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่ใครหลายๆ มักเลี้ยงไว้เพื่อแก้เหงา ประกอบกับสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้มีความเฉลียวฉลาด น่ารัก แถมขี้เล่นด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า การเล่นกับเจ้าสัตว์หน้าขน ก็มีเรื่องที่เราต้องระวังด้วยเช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มันจะเผลอกัด หรือข่วนเราให้ได้รับบาดเจ็บตอนไหน
จากข้อมูลพบว่า เขี้ยวของแมว แหลมยาวกว่าเขี้ยวสุนัข และมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และถ้าเกิดเจ้าแมวกัดเราขึ้นมาก็อาจทำให้เราติดเชื้อแบคทีเรียลึกเข้าไปในกระดูกและข้อได้เลย
สังเกตอาการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่
หากโดนแมวกัดแล้ว ส่วนมากบริเวณที่ถูกกัดจะมีรูเขี้ยว รอบๆ จะมีอาการปวด บวม แดง อาจมีหนองไหลออกจากรูเขี้ยว หากติดเชื้อจากแบคทีเรียสายพันธุ์รุนแรง ที่เรียกว่า “แบคทีเรียกินเนื้อคน” แบคทีเรียจะปล่อยสารที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน จนเกิดอาการปวดแผลอย่างรุนแรง มีไข้สูง อ่อนเพลีย และเกิดเนื้อตายสีดำลุกลามอย่างรวดเร็วในแผล เนื้อตายสีดำเป็นแหล่งที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนอาจลุกลามติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เสียชีวิตได้ หากมีอาการดังกล่าวต้องรีบไปโรงพยาบาล แพทย์จะให้พักรักษาในโรงพยาบาล แพทย์จะรีบผ่าตัดเอาเนื้อตายสีดำออกจากแผล และฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือด
วิธีการดูแลรักษา
วิธีทางการดูแลรักษาแผลแมวกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ หรือน้ำยาฟอกฆ่าเชื้อ ถ้ามีหนอง ให้เจาะระบายหนอง ถ้าเป็นแผลฉีกขาดเพราะแมวขย้ำ เป็นแผลเปิด ไม่ควรเย็บแผล ปล่อยแผลเปิด และล้างแผล ป้องกันการติดเชื้อลุกลามในเนื้อเยื่อชั้นลึกใต้ผิวหนัง อย่าลืมฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักด้วย หากสัตว์เลี้ยงไม่เคยฉีดวัคซีน คนที่ถูกกัดต้องรีบฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ยาปฏิชีวนะที่ควรใช้ฆ่าเชื้อครอบคลุมแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุการติดเชื้อ คือ amoxicillin/ clavulanic acid ที่แพทย์จะสั่งจ่าย รับประทาน 7-10 วัน
แต่ทางที่ดีเวลาเล่นกับสัตว์หน้าขนของให้พึงระลึกไว้เสมอว่า มันสามารถกัด หรือข่วนให้เราบาดเจ็บได้เสมอ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ที่มา : สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข