ช่วงนี้ไม่ว่าไปที่ไหนแตะสิ่งของอะไร หลังจากวางเราก็มักจะต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือบางคนก็มักจะไปล้างมือด้วยสบู่ ซึ่งต่อวันเราอาจต้องล้างมือมากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งรู้หรือไม่ว่านั้นอาจเป็นผลเสียกับมือของเราได้ เนื่องจากการล้างมือบ่อยจะส่งผลทำให้ปริมาณไขมันในชั้นผิวหนังลดลง และกระทบกับโครงสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังภายนอก จนทำให้ผิวหนังอ่อนแอ และถ้ายิ่งต้องเจอสารเคมีอย่างน้ำยาล้างจาน หรือ สารซักล้าง ผิวหนังที่มือก็ยิ่งอ่อนแอมากขึ้น จนเกิดการอักเสบ เป็นผื่นแดง แห้ง ลอก
ดังนั้นเราจึงควรในการล้างมือที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้มืออักเสบ ด้ววิธีนี้
1. ควรจะล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำเปล่า ในอุณหภูมิปกติ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที
2. แต่ถ้าไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่และน้ำได้อาจใช้เจลแอลกอฮอล์ทดแทนได้ โดยควรเลือกเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อยร้อยละ 60 และควรเลือกที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ร่วม
3. เวลาล้างมือควรล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะร่องนิ้วมือ และซอกเล็บ แล้วซับมือด้วยกระดาษแบบเบาๆ ให้มือแห้ง
4. ทาครีมให้ความชุ่มชื้น โดยควรใช้ครีมประมาณ 2 ข้อนิ้วมือต่อ 1 ข้าง ทุกครั้งหลังล้างมือเสร็จ และก่อนนอน
แต่หากปฏิบัติตาม 4 วิธีที่ว่ามาแล้วผิวหนังยังคงมีอาการอักเสบ จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง โดยแพทย์จะอาจให้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ วันละ 2 ครั้ง บริเวณผิวหนังที่อักเสบ เมื่อหาย จึงหยุดยา พร้อมกันนี้แพทย์จะแนะนะให้ทาครีมบำรุงเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง หรืออาจจ่ายยายาแก้แพ้ในกลุ่มต้านฮิสตามีนเพื่อบรรเทาอาการคันตามที่แพทย์ผิวหนัง
สัญญาณเตือนถึงความเสื่อมวัย ดูได้จากตรงไหน?
ระวัง! ฉีดสารแปลกปลอมเข้าผิวหนัง เสี่ยงเกิดอาการแพ้ - ติดเชื้อที่ผิวหนัง
ที่มา
อ. พญ.ชญาดา ชัยบุตร ภาควิชาตจวิทยา คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล