การลงพื้นที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ นอกจากจะติดตามระบบคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศแล้ว ยังพยายามหาช่องโหว่ ของระบบการคัดกรอง ว่ายังมีตรงไหนที่จะต้องเสริมความเข้มข้น เข้มงวดขึ้นไปอีก โดยหลังการตรวจเยี่ยมนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า ยังมั่นใจในระบบคัดกรอง
คำยืนยันของนายสาธิต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งระบุว่า ระบบการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ยังคงเข้มงวด
โดยมาตรการสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ยังคงเข้มงวดเหมือนเดิม ทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบในอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ หรือ COE หรือจะเป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด ผ่านระบบไทยแลนด์พาส ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นจะเดินทางไปโรงแรมพักรอ 1 คืน เพื่อรับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR หากผลเป็นลบก็เดินทางต่อได้ แต่หากเป็นบวกจะนำเข้าสู่ระบบการรักษา ซึ่งขณะนี้ก็จะมีการนำเชื้อไปตรวจหาสายพันธุ์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเฝ้าระวังเชื้อโอมิครอน
"สมศักดิ์" ยันเรือนจำกระบี่มียารักษาโควิดเพียงพอ คาดนักโทษใช้เป็นข้ออ้างเหตุก่อจลาจล
เสี่ยงนำเชื้อโควิดเข้าบ้าน เหตุไม่ค่อยอาบน้ำ ล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
สำหรับภาพรวมการผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางท่าอากาศยาน หลังมีการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน มีผู้เดินทางเข้าประเทศผ่าน 3 ระบบ คือ Test and go แซนด์บ็อกซ์ และการกักตัว พบว่า เดือนพฤศจิกายน มีผู้เดินทางเข้าประเทศ 113,061 คน ติดเชื้อ 171 คน หรือคิดเป็น 0.13 เปอร์เซนต์ ส่วนในเดือนธันวาคมเฉพาะครึ่งเดือนแรก มีผู้เดินทางเข้าประเทศ 111,303 คน ติดเชื้อ 210 คน หรือคิดเป็น 0.19 เปอร์เซนต์