เนื่องจากสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ค่านิยม การอยู่เป็นโสด ทั้งโสดแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจ การแต่งงานช้าลง บางคนกังวลเรื่องคนช่วยเลี้ยงลูก กังวลเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน จึงชะลอการมีลูก บางครอบครัวมีลูกน้อยลง หรือไม่ต้องการมีลูกเลย ซึ่งจากอัตราการเกิดที่น้อยลง หรือ ค่านิยมของคนไทยที่มีลูกน้อยลงนั้น ทำให้เราต้องคำนึงถึงคุณภาพของการมีลูก ไม่ใช่ปริมาณอีกต่อไป
การเตรียมความพร้อมในการมีลูกในยุคปัจจุบัน ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ควรหาข้อมูลทั้งในด้านการวางแผนครอบครัว และการเตรียมความพร้อมก่อนมีลูก กล่าวคือ เมื่อโครงสร้างประชากรกำลังเปลี่ยนแปลงไป สังคมไทยจำเป็นต้องกระตุ้นการให้ความรู้เรื่องการมีลูกอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การวางแผนอนาคตครอบครัว
การตรวจสุขภาพทั้งคุณพ่อและคุณแม่ เพราะนอกจากจะทราบว่าสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่มีความพร้อมมากเท่าไหร่แล้ว หากตรวจพบปัญหาภาวะมีบุตรยาก แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถดูแลรักษาได้ทันท่วงที ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้เป็นไปอย่างราบรื่น และเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่เด็กน้อยลืมตาดูโลก การให้ความรู้ความเข้าใจกับพ่อแม่มือใหม่เพื่อการเลี้ยงดูเด็กให้มีคุณภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พ่อแม่ในการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปฐมวัย เพื่อเอื้อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ของเด็ก และการสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาทักษะชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก:
1. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30610
2. โรงพยาบาลกรุงเทพ. https://www.bangkokhospital.com/content/check-up-before-marriage
------------------------------------------
อย่าปล่อยให้โอกาสในการมีลูกต้องเสียไป! รับคำปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการ ได้ที่
คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก และส่งเสริมสุขภาพสตรี
ชั้น 7 อาคาร BDMS Wellness Clinic ถนนวิทยุ
เปิดบริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 -17.00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 8.00-12.00 น.
โทร. 0 2826 9971
LINE: @womenandfertility or https://lin.ee/kna2NJA
ข่าวปลอม อย่าหลงเชื่อ! ฉีดวัคซีนแอสตร้า เสี่ยงเป็น "โรคฝีดาษลิง"