Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

กรมควบคุมโรคเตือน “หลังสงกรานต์” จุดเปลี่ยนระบาดวิทยา โรคติดเชื้อเพิ่ม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเตือน 7–14 วันหลังสงกรานต์ เสี่ยงโรคพุ่ง ทั้งทางเดินหายใจ อาหารเป็นพิษ และไข้เลือดออก แนะสังเกตอาการ กินสุกสะอาด เลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่น และไม่ซื้อยากินเอง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก การทำกิจกรรมร่วมกันท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทั้งการล้อมวงรับประทานอาหาร การสาดน้ำ และการรวมตัวในพื้นที่แออัด ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ แต่ยังส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อาจอ่อนแอลงจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและการเผชิญความร้อนสะสม ดังนั้น ช่วงเวลา 7–14 วันหลังจากนี้

กรมควบคุมโรคเตือน “หลังสงกรานต์” จุดเปลี่ยนระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

มักจะพบแนวโน้มรายงานผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคจากอาหารและน้ำเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนร่วมมือกันเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ป่วย เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดสู่ชุมชน ที่ทำงาน หรือโรงเรียน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังปี 2568 และแนวโน้มปัจจุบัน พบว่า ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์มักเป็น "จุดเปลี่ยนผ่าน" ที่สำคัญของระบาดวิทยาในไทย ส่งผลต่อทิศทางการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้อาหารบูดเสียเร็ว (ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงโรคทางอาหารและน้ำ เช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง) ประจวบเหมาะกับกิจกรรมการสาดน้ำและการรวมตัวหนาแน่น (เอื้อต่อการแพร่กระจายของโรคระบบทางเดินหายใจ) นอกจากนี้ การกลับสู่ภูมิลำเนาในพื้นที่ที่มีวงจรการแพร่ระบาดของยุงลาย ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นของโรคไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลายกระจายตัวจากชุมชนหนึ่งสู่อีกชุมชนหนึ่งได้ง่ายขึ้น

จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคดิจิทัล พบว่าโรคที่มักพบการแพร่กระจายหลังช่วงเทศกาล/การรวมตัว ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 ปอดอักเสบ หัด สุกใส มือเท้าปาก ไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย อาหารเป็นพิษ และ อุจจาระร่วงเฉียบพลัน โดย 5 กลุ่มอาการสำคัญที่ประชาชนควรสังเกตอาการป่วยตนเอง

  • ไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียมาก ปวดกระบอกตา มีอาการหน้าแดง ซึมลง หรือไข้ลดลงแต่กลับดูแย่ลง
  • ไข้ร่วมกับปวดเมื่อยตัว/ปวดข้อรุนแรง
  • ไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย ซึมลง
  • ไข้ออกผื่น
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้ง อาเจียน หรือมีภาวะขาดน้ำ

หากพบผู้ป่วยกลุ่มอาการดังกล่าว ให้แยกตัวจากผู้อื่นเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และควรเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

คำแนะนำและการป้องกัน

  • สังเกตอาการ 7–14 วัน หากมีอาการไม่สบาย เช่น ไอ น้ำมูก ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกลุ่มเปราะบาง
  • ยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" เพื่อตัดวงจรโรคทางเดินอาหารที่มากับหน้าร้อน
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ สำรวจและทำลายแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของไข้เลือดออกและซิกา

ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อยากินเอง โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวดลดไข้ประเภทแอสไพริน หรือ NSAIDs เพราะหากเป็นไข้เลือดออกแล้วทานยาดังกล่าวอาจทำให้เลือดออกผิดปกติและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ