Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

เตือน “ไข้หูดับ” พุ่ง 241 ราย แนะเลี่ยงหมูดิบงานบุญหน้าร้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วย 4 เดือน (1 ม.ค – 24 เม.ย 69) ไข้หูดับสะสม 241 ราย แนวโน้มเพิ่มช่วงหน้าร้อน เสี่ยงหูหนวกหรือเสียชีวิต แนะงดหมูดิบ กินสุก พบแพทย์ทันทีหากมีไข้หลังเสี่ยง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 241 ราย (อัตราป่วย 0.371 ต่อประชากรแสนคน) โดยพบมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ พื้นที่ที่พบรายงานผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

 

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

สถานการณ์ปีนี้ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อน และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น โรคนี้อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้ทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรหรือเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าประมาทกับการกินหมูดิบแม้เพียงเล็กน้อย อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น คอแข็ง ซึม ชัก หรือมีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เกิด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการหูตึง หูดับ หรือหูหนวกถาวรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ความอันตรายของโรคนี้อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว หลายรายจากคนปกติ กลายเป็นผู้พิการทางการได้ยินภายในไม่กี่วัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น หากมีไข้ร่วมกับประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูดิบ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติเสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงการหูหนวกและการเสียชีวิตได้

กรมควบคุมโรคขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หูดับ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการบริโภคและการประกอบอาหารอย่างเคร่งครัด

  • บริโภคอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบทุกชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อ
  • แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารระหว่างเนื้อหมูดิบและสุก ไม่ใช้เขียงหรือภาชนะร่วมกัน เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อ
  • เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ไม่บริโภคเนื้อที่มีสีคล้ำหรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น ถุงมือ รองเท้าบูท หรือหน้ากากอนามัย
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมู เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี หรือกิจกรรมรวมกลุ่ม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน
  • หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรืออาการผิดปกติภายหลังมีประวัติเสี่ยง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด การบริโภคหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการกินที่ผิดสุขลักษณะ แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบ และยึดหลัก “กินสุก สะอาด ปลอดภัย” เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ