นางอินท์ฉัตร สุขเกษม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคไข้เลือดออกว่า ในช่วงนี้เกิดพายุฤดูร้อนหลายพื้นที่ ทำให้ฝนตกและก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก
สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 พฤษภาคม 2569 ใน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลของเขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 188 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 2.84 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้เสียชีวิต
และเมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า
- นครราชสีมา มีผู้ป่วย 77 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 2.96 ต่อประชากรแสนคน
- สุรินทร์ มีผู้ป่วย 75 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 5.54 ต่อประชากรแสนคน
- บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 22 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.41 ต่อประชากรแสนคน
- ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 14 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.27 ต่อประชากรแสนคน
โดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 0-4 ปี ตามลำดับ
ซึ่งโรคไข้เลือดออกเกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อติดเชื้อแล้วจะทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 39-40 องศาเซลเซียส ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา
นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้
จึงขอเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเองจากโรค เริ่มต้นได้ที่บ้านของทุกท่าน โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่ง ไม่ให้ยุงเกาะพัก เก็บขยะ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และเก็บน้ำ ปิดฝาให้มิดชิด ไม่ให้ยุงวางไข่ หากปิดภาชนะไม่ได้ให้เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ หรือเทน้ำทิ้ง และขัดไข่ยุงตามขอบภาชนะ
ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลายและโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โดยหากสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยงที่จะเป็นไข้เลือดออก ขอให้รีบไปพบแพทย์ ห้ามรับประทานยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด เพราะอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422