จากกรณีมีประชาชนหลายรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยว จนเกิดกระแสตั้งคำถามถึงสารเคมีที่อาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด เพจ Drama-addict ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยระบุว่าไม่จำเป็นต้องปกปิดชื่อสารดังกล่าว เนื่องจากเป็นสารที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารอยู่แล้ว
เพจดังอธิบายว่า สารที่ถูกตั้งข้อสงสัยในเหตุการณ์นี้คือ “โซเดียมไนไตรท์” (Sodium Nitrite) ซึ่งเป็นสารที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมอาหาร
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน และกุนเชียง เหตุผลที่มีการใช้โซเดียมไนไตรท์ในอาหาร เนื่องจากสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถสร้างสารพิษทำลายระบบประสาทและก่อให้เกิดโรคโบทูลิซึม (Botulism) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การใช้โซเดียมไนไตรท์ในอาหารจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมปริมาณอย่างเคร่งครัด โดยกฎหมายกำหนดให้มีปริมาณไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค
เพจดังระบุเพิ่มเติมว่า หากมีการใช้สารดังกล่าวในปริมาณสูงมาก อาจก่อให้เกิดพิษต่อร่างกายได้ เนื่องจากโซเดียมไนไตรท์สามารถทำให้เม็ดเลือดแดงสูญเสียความสามารถในการขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้ผู้ได้รับสารมีอาการเขียวคล้ำบริเวณริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และหากรุนแรงอาจเสียชีวิตจากภาวะขาดออกซิเจนได้
สำหรับแนวทางการรักษา ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากโซเดียมไนไตรท์สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยา Methylene Blue ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นยาที่ช่วยฟื้นฟูความสามารถของเม็ดเลือดแดงในการขนส่งออกซิเจน
ทั้งนี้ แม้ยังไม่มีการยืนยันชื่อสารเคมีอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เพจดัง ตั้งข้อสังเกตว่า จากข้อมูลเรื่องการใช้ยา Methylene Blue ในการรักษาและการตอบสนองของผู้ป่วยหลังได้รับยา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าสารที่เกี่ยวข้องอาจเป็นโซเดียมไนไตรท์
พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความชื่นชมต่อการทำงานร่วมกันของศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และโรงพยาบาลอุดรธานี ที่สามารถประเมินอาการ วินิจฉัย และให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว จนช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้อย่างทันท่วงที