พ.ต.อ.สันติรักษ์ มงคลนำ หัวหน้าพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.นัทธกานต์ วรรณพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าปากซอยร่มเกล้า 10 ชุมชนพรสวรรค์ เทศบาลตำบลหนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี
กรณีลูกสาวเจ้าของร้านและลูกค้าที่รับประทานก๋วยเตี๋ยว มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หายใจลำบาก และอุจจาระร่วง รวม 13 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลอุดรธานี โดยขณะนี้ยังมีผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ 6 ราย และมีบางรายอาการค่อนข้างรุนแรง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีได้ลงพื้นที่สอบสวนโรค เก็บตัวอย่างอาหาร วัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อมภายในร้าน ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ
จากการสอบสวนพบว่า นางปัน อายุ 70 ปี เจ้าของร้านและผู้ปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ให้การว่า ขายก๋วยเตี๋ยวมานานกว่า 6-7 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน โดยในวันเกิดเหตุเกลือที่ใช้ประจำหมด จึงนำเกลือที่ลูกชายนำมาให้เมื่อ 3-4 วันก่อนมาใช้ปรุงอาหาร
นางปัน ระบุว่า เกลือดังกล่าวมีสีเหลืองเล็กน้อย ดูเก่า แต่เมื่อทดลองชิมพบว่ามีรสเค็มตามปกติ จึงนำไปปรุงน้ำซุปและชิมตามปกติ ก่อนจะเริ่มมีอาการชาที่ริมฝีปาก ตามด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ อุจจาระร่วง และต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
“รู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ตั้งแต่ขายก๋วยเตี๋ยวมาไม่เคยมีปัญหา เพราะก่อนนำเกลือมาใช้ก็ชิมแล้วมีรสเค็มตามปกติ หากเป็นสารพิษจริงก็เท่ากับว่าฆ่าล้างครัว เพราะคนในบ้านก็กินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน”
ด้านนางบุญเลี้ยง อายุ 55 ปี ญาติผู้ช่วยขายก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยว่า ก่อนเปิดขายได้ชิมน้ำซุปตามปกติ 2-3 ช้อน ก่อนจะเริ่มมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลวหลายครั้ง ส่วนลูกสาวเจ้าของร้านที่ป่วยอยู่ก่อนแล้ว หลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวได้ไม่นานก็มีอาการชัก มองไม่เห็น และอ่อนแรง จนต้องเรียกกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล
ขณะที่นายสินชู อายุ 46 ปี บุตรชายนางปัน ยอมรับว่าเป็นผู้นำเกลือ 2 ถุงมาให้แม่จริง โดยได้มาจากนายวิเชียร ซึ่งพักอาศัยอยู่ท้ายซอย และมีอาชีพเก็บของเก่าขาย คิดเพียงว่าเป็นเกลือสำหรับนำไปใช้ปรุงอาหารเท่านั้น ไม่ทราบว่าอาจเป็นสารชนิดอื่น
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านของนายวิเชียร พบว่าบริเวณบ้านใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมของเก่าที่เก็บมาจากจุดทิ้งขยะต่าง ๆ เพื่อนำไปขายต่อ โดยนายวิเชียรยอมรับว่า ถุงดังกล่าวเป็นของที่เก็บมาจากกองขยะจริง และเคยเตือนนายสินชูแล้วว่าไม่ควรนำไปใช้ เพราะไม่ทราบว่าเป็นสารอะไรและอาจไม่ปลอดภัย
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจยึดถุงบรรจุสารสีขาวจำนวน 3 ถุง ที่เชื่อว่าเป็นชนิดเดียวกับที่ถูกนำไปใช้ปรุงอาหาร ส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาชนิดของสารและความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน นายสุริยา อายุ 60 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี หลังนายศราวุธ อายุ 35 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ป่วย มีอาการหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องผู้ป่วยวิกฤต
นายสุริยาเล่าว่า หลังลูกชายรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านดังกล่าว ได้เกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจถี่ และตัวสั่น ก่อนอาการจะทรุดหนักระหว่างนำส่งโรงพยาบาล จนเกือบเสียชีวิต ปัจจุบันแพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักรักษาตัวอีกระยะหนึ่ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยืนยันสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป