นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology เปิดเผยผ่านเพจ Akanis Srisukwattana ว่า แม้ "กรีกโยเกิร์ต" จะได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้ที่ออกกำลังกาย และผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือโรคหัวใจ
กรีกโยเกิร์ตมีข้อดี แต่ต้องเลือกให้เป็น
กรีกโยเกิร์ตมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ ทั้งโปรตีนสูง อิ่มนาน รับประทานง่าย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีนบางคนสามารถใช้แทนของหวานได้ หลายคนมองว่ากรีกโยเกิร์ตเป็น "อาหารสุขภาพ" จึงรับประทานทุกวัน รับประทานในปริมาณมาก หรือใช้แทนมื้ออาหาร โดยไม่ได้อ่านฉลากโภชนาการ ซึ่งอาจทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลมากกว่าที่คิด
กรีกโยเกิร์ตแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน
กรีกโยเกิร์ตคือโยเกิร์ตที่ผ่านกระบวนการกรอง ทำให้มีเนื้อสัมผัสเข้มข้น โปรตีนสูงขึ้น และคาร์โบไฮเดรตบางส่วนลดลง แต่กรีกโยเกิร์ตในท้องตลาดมีหลายประเภท เช่น
- 0% Fat
- Low-fat
- Full-fat
- แบบเติมน้ำตาล
- แบบใส่น้ำผึ้ง กราโนลา แยม หรือผลไม้เชื่อม
ดังนั้น คำว่า "กรีกโยเกิร์ต" เพียงอย่างเดียว จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพสำหรับทุกคน
ผู้ที่มี LDL สูงต้องระวัง โดยเฉพาะกรีกโยเกิร์ตแบบ Full-fat
สำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ และต้องการเพิ่มโปรตีน กรีกโยเกิร์ตแบบไม่เติมน้ำตาลถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่สำหรับผู้ที่มีระดับ LDL สูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ หรือกำลังควบคุมการบริโภคไขมันอิ่มตัวเพื่อลดระดับไขมันในเลือดและลดน้ำหนัก ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรีกโยเกิร์ตแบบ Full-fat เนื่องจากยังมีไขมันอิ่มตัวจากนม หากรับประทานทุกวันในปริมาณมาก และยังได้รับไขมันอิ่มตัวจากอาหารชนิดอื่น เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ชีส เบเกอรี่ อาหารทอด เนยครีม
อาจทำให้ปริมาณไขมันอิ่มตัวรวมในแต่ละวันสูงเกินความเหมาะสม ส่งผลให้ระดับ LDL ลดลงได้ยาก หรือในบางรายอาจสูงขึ้น ทั้งที่คิดว่ารับประทานอาหารคลีนอยู่
หมอแอร์ระบุว่า อีกสิ่งที่ควรระวังคือ กรีกโยเกิร์ตหลายผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีปัญหาที่ตัวโยเกิร์ต แต่เป็นส่วนผสมที่เติมเพิ่ม เช่น น้ำผึ้ง กราโนลา แยม ผลไม้อบแห้ง ช็อกโกแลต ไซรัป ท็อปปิงต่าง ๆ จากเดิมที่เป็นอาหารโปรตีนสูง อาจกลายเป็นของหวานที่ให้พลังงานและน้ำตาลสูงโดยไม่รู้ตัว
วิธีเลือกกรีกโยเกิร์ตให้เหมาะกับสุขภาพ
- เลือกแบบ Plain หรือ Unsweetened
- หากมี LDL สูง ควรเริ่มจากแบบ 0% Fat หรือ Low-fat
- ดูปริมาณ Saturated Fat ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หากเกิน 3 กรัม ไม่ควรรับประทานบ่อย และหากเกิน 4 กรัม ควรรับประทานเพียงเป็นครั้งคราว
- ตรวจสอบว่ามี Added Sugar หรือการเติมน้ำตาลหรือไม่
- พิจารณาพลังงานและไขมันรวมของอาหารทั้งวัน ไม่ใช่ดูเฉพาะกรีกโยเกิร์ตเพียงถ้วยเดียว
กรีกโยเกิร์ตไม่ใช่อาหารที่ไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่เหมาะกับทุกคนโดยอัตโนมัติ สำหรับบางคน กรีกโยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี แต่สำหรับผู้ที่มีระดับ LDL สูง การรับประทานกรีกโยเกิร์ตแบบ Full-fat ทุกวันในปริมาณมาก อาจทำให้ควบคุมระดับ LDL ได้ยากขึ้น และในบางกรณีอาจต้องเพิ่มการใช้ยาเพื่อควบคุมไขมันในเลือด หากรับประทานกรีกโยเกิร์ตเป็นประจำและพบว่าระดับ LDL สูงขึ้น แพทย์แนะนำให้ลองลดการบริโภคลง แล้วตรวจเลือดซ้ำ เพื่อประเมินว่าระดับไขมันมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่