นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล (หมอโอ๊ค) แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โพสต์เฟซบุ๊ก Smith Arayaskul โดยยกบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Reviews Endocrinology เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งหยิบประเด็นการใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 และ GLP-1/GIP เช่น Semaglutide หรือ Tirzepatide กลับมาพูดถึงอีกครั้งในมุมที่น่าสนใจ
หมอโอ๊ค ระบุว่าบทความดังกล่าวชี้ว่า แม้ยากลุ่มนี้จะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ส่วนหนึ่งของน้ำหนักที่ลดลงอาจไม่ใช่เฉพาะไขมัน หากยังรวมถึง “มวลกล้ามเนื้อ” ด้วย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อลดลง อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะลดตามไปด้วย ส่งผลให้เมื่อหยุดยา น้ำหนักมีโอกาสกลับมาเพิ่มได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อน้อยและกระดูกบาง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
ผู้เขียนบทความจึงเสนอแนวคิดสำคัญว่า เป้าหมายของการลดน้ำหนักในยุคปัจจุบัน ไม่ควรดูเพียงตัวเลขบนเครื่องชั่ง แต่ควรมุ่งไปที่ “การลดไขมันอย่างมีคุณภาพ พร้อมรักษามวลกล้ามเนื้อ” โดยหัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการฝึกเวทเทรนนิ่ง
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การแบ่งแนวทางการออกกำลังกายออกเป็น 3 ระยะ (3 เฟส) ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
เฟสที่ 0: ช่วงเตรียมตัวก่อนเริ่มยา (ประมาณ 4–6 สัปดาห์)
เน้นการสร้างความคุ้นเคยกับการออกกำลังกาย เริ่มจากเวทเทรนนิ่งเบา ๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20–30 นาที โดยใช้ท่าพื้นฐานที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน พร้อมเสริมการเดิน และค่อย ๆ เพิ่มจำนวนก้าวเดินประมาณ 10% จากสัปดาห์ก่อน
เฟสที่ 1: ช่วงกำลังลดน้ำหนัก (ประมาณ 40 สัปดาห์)
ถือเป็นช่วงสำคัญที่สุด เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะขาดพลังงาน จึงต้องเน้นการรักษามวลกล้ามเนื้อให้ได้ ควรเวทเทรนนิ่ง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครอบคลุมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และอาจเสริมคาร์ดิโอหรือ HIIT ตามความเหมาะสม
เฟสที่ 2: ช่วงคงน้ำหนักหรือลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เพิ่มความถี่การออกกำลังกายเป็น 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะน้ำหนักเด้งกลับ (Yo-Yo effect) โดยผสมผสานทั้งเวทเทรนนิ่งและคาร์ดิโอ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและความฟิต
โดยสรุป ยากลุ่มนี้สามารถช่วยลดความอยากอาหารและลดน้ำหนักได้ดี แต่ไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อ หรือเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและปอดได้ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการออกกำลังกายเป็นหลัก ดังนั้น แนวคิดสำคัญคือ “การออกกำลังกายไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา” สำหรับการใช้ยาลดน้ำหนักในยุคปัจจุบัน ผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะใช้ยาหรือไม่ใช้ยา สามารถนำแนวทาง 3 เฟสนี้ไปปรับใช้เพื่อให้การลดน้ำหนักมีคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้น