นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ให้ข้อมูลเรื่องการพาเด็กเล็กขึ้นพื้นที่สูง รวมถึงการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า โดยอ้างอิงงานวิจัยจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งรวบรวมความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 16 คน เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับข้อควรระวังสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการพาเด็กเล็กไปเที่ยวพื้นที่สูง
เมื่อขึ้นพื้นที่สูง อากาศจะเบาบางลง ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง หากขึ้นเร็วเกินไป ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันจนเกิด “อาการแพ้ความสูง” (Acute mountain sickness) สำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่ยังพูดไม่ได้ อาจไม่สามารถบอกได้ว่าปวดหัว ปวดหู หรือรู้สึกไม่สบาย ทำให้พ่อแม่สังเกตได้เพียงว่าเด็กงอแงหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ
เด็กขึ้นพื้นที่สูงได้แค่ไหน?
คำแนะนำจากงานวิจัยระบุว่า
- เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่ควรขึ้นพื้นที่สูงเกิน 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล
- เด็กอายุ 1 ปี ถึงต่ำกว่า 3 ปี ไม่ควรขึ้นพื้นที่สูงเกิน 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
หากอยู่ในระดับความสูงที่แนะนำ เด็กสามารถปรับตัวได้ดีและไม่มีอาการผิดปกติ โดยงานวิจัยไม่ได้กำหนดว่าต้องอยู่ในพื้นที่สูงได้ไม่เกินกี่วัน
ไม่ใช่แค่ความสูง แต่ต้องดูความเร็วในการขึ้นด้วย
นอกจากระดับความสูงแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความเร็วในการขึ้นและลงพื้นที่สูงด้วย โดยงานวิจัยแนะนำว่า ทุกการเปลี่ยนระดับความสูงประมาณ 500 เมตร ควรมีช่วงหยุดพัก ทั้งขาขึ้นและขาลง หากเด็กร้องไห้หรือดูไม่สบายตัว ควรพักก่อน อาจให้กินน้ำ กินนม หรือดูดจุกนม และหากมีน้ำมูกควรช่วยให้จมูกโล่ง เพื่อช่วยให้หูปรับแรงดันได้ดีขึ้น
เด็กเล็กขึ้น “กระเช้าลอยฟ้า” ได้หรือไม่?
กระเช้าลอยฟ้าสามารถพาขึ้นหรือลงหลายร้อยเมตรได้ในเวลาไม่นาน ทำให้ร่างกายและหูของเด็กมีเวลาปรับตัวน้อย คำแนะนำคือ
- เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่แนะนำให้ขึ้นกระเช้า
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นกระเช้า
- เด็กที่มีโรคเกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ หู คอ จมูก หรือหัวใจ ก็ไม่แนะนำเช่นกัน
หากจำเป็นต้องใช้กระเช้าจริง ๆ งานวิจัยแนะนำให้จำกัดการเปลี่ยนระดับความสูงแต่ละช่วงไม่เกิน 500 เมตร หรือความเร็วไม่เกิน 10 เมตรต่อวินาที
ลูกเป็นหวัด น้ำมูกเยอะ ต้องระวังเรื่อง “หู”
เมื่อเด็กเป็นหวัด คัดจมูก หรือมีน้ำมูกมาก บริเวณทางเชื่อมระหว่างหูกับด้านหลังจมูกอาจบวม ทำให้การปรับแรงดันในหูทำได้ยากขึ้น เด็กจึงอาจมีอาการปวดหูหรือหูอื้อเมื่อระดับความสูงเปลี่ยน โดยเฉพาะช่วงขาลง หากเด็กกำลังเป็น หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน งานวิจัยแนะนำว่ายังไม่ควรพาขึ้นพื้นที่สูง
สังเกตอย่างไรเมื่อลูกเริ่มไม่ไหว?
เด็กเล็กอาจไม่ได้แสดงอาการชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ โดยอาจมีอาการ เช่น
- งอแงหรือร้องไห้ผิดปกติ
- กินนมหรืออาหารน้อยลง
- นอนไม่หลับ
- ดูไม่สบายตัวโดยหาสาเหตุไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่สูงกว่า 2,500 เมตร หากลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ ควรนึกถึงอาการแพ้ความสูงไว้ด้วย หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 12 ชั่วโมง ควรพาไปพบแพทย์และลงมายังพื้นที่ที่ต่ำกว่า แต่หากมีอาการรุนแรง ไม่ควรรอ ควรรีบลงจากพื้นที่สูงและไปพบแพทย์
แล้วถ้าเทียบกับ “ดอยอินทนนท์”?
ยอดดอยอินทนนท์สูงประมาณ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ระดับความสูงดังกล่าวสูงกว่าระดับ 2,000 เมตร ที่งานวิจัยแนะนำไว้ค่อนข้างมาก จึงอาจไม่เหมาะที่จะพาขึ้นไปถึงยอดดอย ส่วนเด็กอายุ 1 ปีถึงต่ำกว่า 3 ปี ถือว่าค่อนข้างก้ำกึ่ง เพราะคำแนะนำอยู่ที่ไม่เกิน 2,500 เมตร ขณะที่ยอดดอยอินทนนท์อยู่ที่ประมาณ 2,565 เมตร
หากจะพาเด็กขึ้นไปจริง ๆ ควรระวังเรื่องการขึ้นเร็ว และคอยสังเกตอาการของลูกตลอดทาง หากลูกเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ควรฝืนเที่ยวต่อ
การพาลูกเล็กเที่ยวภูเขาสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาทั้ง อายุของลูก ระดับความสูง ความเร็วในการขึ้น-ลง และอาการของลูก เพราะวิวสวย ๆ สามารถกลับมาดูใหม่ได้เสมอ แต่หากพาลูกขึ้นไปแล้วลูกป่วย การเที่ยวอาจไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ